สารตั้งต้นล้มรัฐบาล! ม็อบลงถนน ปูทาง"คนหลังม่าน"ล้างไพ่?

สารตั้งต้นล้มรัฐบาล! ม็อบลงถนน ปูทาง"คนหลังม่าน"ล้างไพ่?

คำถามชวนคิดที่ปลิวว่อนอยู่ในสายลมการเมืองขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าม็อบ "ทวงคืนประเทศ" ของ สนธิ ลิ้มทองกุล จะจุดติดหรือไม่ ทว่า คือการมองทะลุข้ามช็อตไปถึงนัยเร้นลับ ว่านี่คือการบีบให้รัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือแท้จริงแล้วคือเสียงลั่นระฆังยกแรก ของมหกรรมผลัดใบเปลี่ยนตัวผู้เล่นบนกระดานอำนาจ

รัฐบาลเพิ่งก้าวเดินมาได้เพียงไม่กี่เดือน เวลาแค่นี้ควรเป็นช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ แต่บริบทวันนี้กลับดุเดือด เถ้าถ่านความโกรธขึ้งของประชาชนไม่ได้เพิ่งก่อตัว หากคุกรุ่นมาตั้งแต่ข้อกังขาในกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ลากยาวมาจนถึงมหากาพย์ที่ดินเขากระโดง และขณะที่รอยร้าวเก่ายังไม่ทันสมาน คลื่นความไม่พอใจลูกใหม่ก็ซัดกระหน่ำเข้าสู่อารมณ์ชาตินิยมของคนในประเทศอย่างจัง

จุดแตกหักที่เร่งปฏิกิริยาความแค้นคือบาดแผลทางเศรษฐกิจ ปัญหาทุนต่างชาติและนอมินีกำลังกัดกินโครงสร้างสังคม ภาพข่าวรายวันที่ชาวต่างชาติบางกลุ่มทำตัวเหนือกฎหมาย ริดรอนสิทธิ์คนไทยในบ้านของตัวเอง ทำให้มวลชนรู้สึกเหมือนกำลังถูกปล้นอธิปไตยทางเศรษฐกิจและพื้นที่ทำกิน ความโกรธนี้ไม่ได้พุ่งเป้าแค่ผู้กระทำผิด แต่ลามไปถึงข้อกังขาต่อรัฐ ซึ่งประเด็นนี้คือเชื้อไฟชั้นดีที่พร้อมจะลุกพรึบ

เกราะคุ้มกันทางการเมืองยิ่งเปราะบางลงเมื่อภาพลักษณ์การบริหารงานถูกท้าทาย ในยามที่วิกฤตศรัทธาเรียกร้องท่าทีอันเด็ดขาด รัฐบาลกลับต้องเผชิญคำวิจารณ์เรื่องการจัดลำดับความสำคัญ จากภาพเก้าอี้นายกรัฐมนตรีที่ว่างเปล่าในวันอภิปรายปัญหาไฟใต้ที่ตึงเครียด ตัดสลับกับภาพการเข้าร่วมงานสังคมในวันถัดมา กลายเป็นช่องโหว่ทางการสื่อสารที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือ

และเมื่อการแสดงออกถูกมวลชนตีความว่าห่างเหินจากความทุกข์ยาก ที่มั่นในหัวใจประชาชนก็ย่อมสั่นคลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกด้านหนึ่ง ทิศทางบนถนนเริ่มขับเน้นพลวัตหลังม่านให้แจ่มชัด การเมืองไทยเปรียบเสมือนโรงละครโรงใหญ่ที่มี "ผู้กำกับ" คุมหางเสืออยู่หลังฉาก รัฐบาลเป็นเพียงนักแสดง กฎเหล็กของเวทีนี้ไร้ความปรานี หากนักแสดงนำประคองเรตติ้งไม่ได้ หรือปล่อยให้วิกฤตศรัทธาลุกลาม ผู้กำกับก็พร้อมหานักแสดงคิวต่อไปมาเสียบแทน การเปลี่ยนผ่านมักไม่จบแค่การปรับคณะรัฐมนตรี แต่อาจลามไปถึงอุบัติเหตุทางกฎหมาย หรือแม้กระทั่งการกวาดล้างยุบพรรค เพื่อล้างไพ่จัดวางสมการอำนาจใหม่ทั้งกระดาน

รัฐบาลกำลังถูกบีบด้วยคีมเหล็กสองด่าน ด้านหน้าคือมวลชนที่ชูความล้มเหลวในการบริหารเป็นธงรบ ด้านหลังคือสายตาของผู้กุมอำนาจที่มองเห็นความชอบธรรมที่กำลังหลุดลอย การชุมนุมที่กำลังก่อตัวอาจเป็นเพียงสารตั้งต้น ที่เข้ามารับใช้กลไกการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองได้อย่างแนบเนียน

ฉากทัศน์หลังจากนี้จึงเดิมพันด้วยโครงสร้างประเทศ ปลายทางของการลงถนนครั้งนี้ จะเป็นการทุบกติกาเก่าเพื่อปฏิรูประบบที่บิดเบี้ยวอย่างแท้จริง หรือสุดท้ายแล้ว... เป็นเพียงบทละครฉากใหญ่ ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้กำกับสลับตัวนักแสดงขึ้นมาเล่นบทเดิม?