สันติภาพตะวันออกกลาง ใครว่าจบ
ก็จบลงอย่างดื้อๆ ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย คือ สงครามอิสราเอลถล่มฮามาส หลังมีการเจรจาหยุดยิง และมีการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่เหลือรอดชีวิตออกมาได้ 25 คน แลกกับนักโทษปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลจับตัวไปเกือบ 2,000 คน
แสดงให้โลกเห็นชัดเจนว่าชีวิตชาวอิสราเอลมีค่ากว่าชีวิคชาวปาเลสไตน์ ดูจากสัดส่วนการแลกเปลี่ยนตัวประกันกับตัวเชลยที่ต่างกันมาก 25 ต่อ 2,000
ผลงานครั้งนี้ ท่านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ชิงเอาหน้าอวดผลความสำเร็จด้วยการโทรศัพท์ไปแสดงตนเอาหน้ากับครอบครัวของตัวประกันอิสราเอล ซึ่งก็ไม่เสียเปล่า ประชาชนชาวอิสราเอลพากันออกมาสรรเสริญแซ่ช้องกันเต็มถนนในกรุงเทลอาวีฟ ยกย่องท่านประธานาธิบดีทรัมป์ดุจพระเจ้า
ในขณะเดียวกัน นายเนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก็ออกมาอวยทรัมป์อย่างเลิศลอย เพราะรู้นิสัยทรัมป์ดีว่าชอบให้คนอวย
สำหรับ ทรัมป์ ไม่พลาดอยู่แล้ว ที่จะชื่นชมตนเอง ถึงกับประกาศกลางรัฐสภาอิสราเอล ตอกย้ำว่าตนเองเป็นคนเก่งหลายครั้ง ที่สามารถยุติสงครามครั้งนี้ได้
ทั้งๆที่ว่าไปแล้ว เป็นการยุติสงคราม หลังสนับสนุนให้อิสราเอลถล่มกาซ่าจนเละตุ้มเป๊ะ เมืองทั้งเมืองมีแต่ซากปรักหักพัง ชาวปาเลสไตน์ต้องล้มตายเป็นเบือ ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตเด็กคนชราที่เป็นเหยื่อสงครามล้มตายจำนวนมาก
ปรากฏเป็นภาพที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกให้ได้เห็นด้วยความสลดใจ
ยังดีนะที่การลงนามสันติภาพในตะวันออกกลางเพิ่งเกิดขึ้นภายหลังการประกาศรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเสร็จสิ้นไปแล้วก่อนหน้าเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ไม่เช่นนั้นทำเนียบไวท์เฮาส์คงเอามาเคลมความเหมาะสมว่าผู้นำของตนสมควรจะได้รางวัลโนเบลสันติภาพประจำปีนี้
ในขณะที่ผู้สันทัดกรณีด้านตะวันออกกลาง ก็ยังไม่วางใจว่าสัญญาสันติภาพตะวันออกกลางจะเกิดขึ้นอย่างจริงใจ โดยเฉพาะกับประเทศอิหร่าน สงครามกับอิสราเอลคงหยุดได้ไม่นาน เพราะความต้องการให้อิหร่านไม่มีนิวเคลียร์ ยังไม่สะเด็ดน้ำ จะเป็นข้ออ้างของอิสราเอลที่มีสหรัฐอเมริกาหนุนหลัง ให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์
ซึ่งอิหร่านคงไม่ยอมแน่ๆ จากการเห็นตัวอย่างประเทศเกาหลีเหนือ ประเทศเล็กๆแต่มีขีปนาวุธนิวเคลียร์ทั้งระยะใกล้ระยะไกล ที่วันดีคืนดีก็ออกมายิงโชว์ให้โลกเห็น จนไม่มีใครอยากจะตอแยด้วย
สันติภาพตะวันออกกลางคงยังไม่สงบดอกครับ