เปลี่ยนจากกรรมการมาเป็นโค้ช

บทบรรณาธิการ1 ธ.ค. 2568 • 06:00 น.
เปลี่ยนจากกรรมการมาเป็นโค้ช

พฤติกรรมการสอดส่องและจับผิดมักมาจากความรู้สึกไม่มั่นคง หรือความต้องการสร้างคุณค่าเทียมของตัวบุคคล เมื่อหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ชัดเจน พวกเขามักหาทางสร้างความสำคัญด้วยการเป็น "ตำรวจ" ที่คอยตรวจตรา ในขณะที่ฝ่ายหาเงินมองว่ากฎระเบียบคืออุปสรรค ทำให้เกิดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น

เพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความร่วมมือ องค์กรและบุคคลต้องปรับมุมมองผ่าน 3 แนวทางหลัก

สร้างความตระหนักรู้และกำหนดบทบาทใหม่

นิยามคุณค่าใหม่ ให้ฝ่ายควบคุมเปลี่ยนจากการเป็น "ผู้ลงโทษ" เป็น "ผู้ปกป้ององค์กร" ที่มีหน้าที่ลดความสูญเสียทางกฎหมายและการเงิน

เน้นผลลัพธ์เชิงรุก (Proactive Focus) แทนที่จะวัดผลด้วยจำนวนข้อผิดพลาดที่พบ ควรวัดผลด้วยการออกแบบและปรับปรุงกระบวนการเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในอนาคต (เช่น จำนวนนโยบายที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อลดความเสี่ยง )

ส่งเสริมความเกื้อกูลและความเคารพ

เปลี่ยนบทบาทเป็น "ผู้ให้คำปรึกษา": มอบหมายให้ฝ่ายควบคุมทำหน้าที่ให้ความรู้ หรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับฝ่ายหาเงิน เพื่อช่วยให้พวกเขาปฏิบัติงานได้เร็วขึ้นและถูกกฎ การเปลี่ยนจากการตัดสิน เป็นการโค้ช จะสร้างความร่วมมืออย่างแท้จริง

สื่อสารความสมดุล ผู้นำต้องย้ำว่าความสำเร็จขององค์กรมาจากความสมดุลระหว่างการสร้างรายได้ (คันเร่ง) และการควบคุมความเสี่ยง (เบรก) ทุกฝ่ายมีคุณค่าเท่าเทียมกัน และต้องเกรงใจกันบนพื้นฐานของการทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

จัดการประสิทธิภาพการทำงานอย่างจริงจัง

กำหนด KPI ที่ชัดเจน ผู้บริหารต้องกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนและเป็นธรรม หากพฤติกรรมการสอดส่องจับผิดส่งผลกระทบต่อบรรยากาศและประสิทธิภาพของผู้อื่น ผู้จัดการต้องเข้าพูดคุยเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมเป็นการส่วนตัว

การลงทุนในการปรับเปลี่ยนทัศนคติเหล่านี้ จะช่วยลดความตึงเครียดภายใน และเปลี่ยนสายงานควบคุมให้กลายเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่ส่งเสริมให้องค์กรเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

#องค์กรยุคใหม่ #บริหารทีม #ลดความขัดแย้ง #วัฒนธรรมองค์กร #Leadership #HRStrategy #ทีมทำงาน #องค์กรไทย #WorkplaceMindset #CoachingCulture