“อนาคตใหม่” ภาค2

ประเด็นลึก8 มี.ค. 2563 • 17:10 น.โดย ทีมข่าวคิดลึก
“อนาคตใหม่” ภาค2
คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆกว่าที่ชื่อ ของพรรคก้าวไกล จะกลายเป็นที่จดจำของผู้คนเหมือนกับที่เมื่อคราว “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตผู้นำพรรค เคยสร้างปรากฎการณ์เอาไว้เมื่อครั้งเปิดตัว “พรรคอนาคตใหม่” ก่อนลงสนามเลือกตั้ง เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ในครั้งนั้น พรรคอนาคตใหม่ เปรียบเสมือน “พลุ” ทางการเมืองที่ถูกจุดขึ้น ในเวลาเพียงพริบตา แล้วสว่างวาบ เกิดเป็นประกายไปวิบวับ โดดเด่นเหนือพรรคการเมืองเก่าที่เคยเป็น “เจ้าสังเวียน” อย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อสถานการณ์ถูกบีบให้ต้อง “เปลี่ยน” การจัดทัพใหม่ จึงต้องเกิดขึ้น ! ! เมื่อภายหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค สืบเนื่องมาจากคดีที่พรรคกู้เงินจากธนาธร อดีตหัวหน้าพรรค จำนวน191 ล้านบาท อันถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิดตามพ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 แต่ถึงกระนั้นชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ยังคงฝังแน่นอยู่ในสังเวียนการเมือง ส.ส.ทั้งระบบเขตเลือกตั้ง และระบบบัญชีรายชื่อ ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่รอดจากการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เหลืออยู่ทั้งสิ้น 65 คน ต่อมาย้ายไปเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยของ “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค รวม 9 ส.ส.และมีรายงานว่า จะมีอีก 1 ส.ส.ที่เตรียมย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา ทำให้วันนี้เหลือส.ส.ทั้งสิ้น 55 คน ที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำมาร่วมแถลงข่าวประกาศจุดยืนทางการเมือง ว่าในสัปดาห์นี้ ส.ส.ทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการ เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่า แม้ส.ส.ที่ยังปรากฎตัวเลข 55 คน จะยังมีเวลาที่จะการหาพรรคใหม่เข้าสังกัดภายใน 60 วันนับจากวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา หมายความว่ายังเหลือระยะเวลาไปจนถึงราวกลางเดือนเม.ย.ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายพรรคการเมืองระบุเอาไว้ก็ตาม แต่อย่าลืมว่าหาก “ธนาธร”และ “กุนซือ” ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ ไม่เร่งเดินเกม เข้าสู่กระบวนการหาบ้านใหม่แล้วพาส.ส.ที่เหลืออยู่เข้าสังกัดอย่างเป็นทางการ ให้จบสิ้นกระบวนความทางกฎหมายแล้ว โอกาสที่จะพรรคก้าวไกล จะเหลือส.ส.เข้าสังกัดอาจไม่ครบ 55 คน !! ภาระที่อยู่บนบ่าของ พิธา ว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ นาทีนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงการนำส.ส.ทั้ง 55 คนเข้าสังกัดบ้านใหม่โดยเร็ว ก่อนที่จะถูก “ดึงตัว” ไปเข้าสังกัดพรรคการเมืองอื่น ๆโดยเฉพาะในไลน์ พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น หากแต่พิธา เองยังต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่น จุดพลุทางการเมืองให้กับพรรคก้าวไกล เพื่อตอกย้ำว่าพรรคจะสานต่ออุดมการณ์เดิมของพรรคอนาคตใหม่ ที่เคยวางเอาไว้แต่ยังไม่ทันสำเร็จได้อย่างไร ทั้งการเดินหน้าต่อต้านรัฐประหาร การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ไปจนถึงการตรวจสอบกองทัพในมิติต่างๆ ควบคู่ไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ให้ลุล่วง เพราะวันนี้คำถามที่กลับมาทิ่มแทงใจพิธา ยังผูกติดกับประเด็นที่ว่า พรรคจะโดนยุบซ้ำสองได้อีกหรือไม่ ? สถานการณ์ของพรรคก้าวไกล วันนี้ต้องถือว่ายังอยู่ในห้วง “สุญญากาศ” เพราะส.ส.ทั้ง 55 คนยังมี “โอกาส” ในการที่จะ “ คิด” และ “ตัดสินใจ” ไปจนกว่าพวกเขาจะดำเนินการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคก้าวไกล ครบถ้วนกระบวนการตามกฎหมาย จังหวะนี้อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ทั้งสิ้น ดีไม่ดีจะเหลือส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ตาม พิธา ไปกี่คน !?