ยึดครอง

เสือตัวที่ 6
ไฟใต้ลุกโชนในค่ำคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น. เป็นต้นไป นับเป็นเหตุการณ์ร้ายครั้งใหญ่และกว้างขวางกินพื้นที่ปลายด้ามขวานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งยังสามารถก่อเหตุร้ายปั่นป่วนความรุนแรงต่อเนื่องยาวนานได้อีกเป็นระลอกๆ ได้อย่างอหังการ ท้าทายอำนาจรัฐได้อย่างชัดเจนที่สุด จนถึงวันนี้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของรัฐยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ร้ายให้กลับมาสู่ความสงบเรียบร้อยได้อย่างสมบูรณ์
ความโกลาหลและความสับสนของเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังมึนงงกับสถานการณ์การป่วนเมืองในครั้งนี้ ที่กินพื้นที่กว้างขวางครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้พร้อมๆ กัน และต่อเนื่องหลายวันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นับเป็นการชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อสู้ด้วยอาวุธในรูปแบบกองโจรขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่รุนแรงในแง่พื้นที่และวันเวลาก่อการร้ายที่ต่อเนื่อง อันเป็นการบ่งบอกว่าคนในองค์กรก่อการร้ายครั้งนี้มีความเหนือกว่าหน่วยงานของรัฐทุกด้าน
ทั้งในแง่ของการต่อสู้ด้วยอาวุธที่พวกเขาก่อการร้ายได้สำเร็จโดยไม่ถูกตอบโต้หรือจับกุมจากรัฐเลยสักครั้งเดียว ด้านการกำหนดก้าวย่างการต่อสู้ที่พวกเขาสามารถเลือกวันเวลาและพื้นที่เป้าหมายได้อย่างเสรีโดยที่รัฐไม่อาจล่วงรู้แผนการร้ายของพวกเขาได้เลยแม้แต่น้อย ด้านรูปแบบการก่อการร้ายที่พวกเขาสามารถเลือกใช้อาวุธ ชนิดระเบิด และกลยุทธ์ในการก่อการร้ายได้อย่างอิสระ โดยที่รัฐไม่อาจระงับยับยั้งหรือตอบโต้การก่อการร้ายของพวกเขาได้เลยแม้แต่น้อย
ความเหนือกว่าของโจรใต้ในการปกปิดความลับด้านการข่าว ทำให้ผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้สามารถกระทำการอันเลวร้ายได้ด้วยความอหังการ และบ่งบอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยที่รัฐไม่อาจล่วงรู้แผนการร้ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้ได้เลยแม้แต่น้อย ทั้งที่การก่อการร้ายครั้งนี้ต้องมีการระดมคนระดับมันสมองร่วมกันวางแผนอย่างดี ต้องระดมผู้คนมาร่วมก่อการร้ายจำนวนมากเพื่อให้สามารถลงมือก่อการร้ายพร้อมๆ กันในหลายพื้นที่ได้อย่างประสานสอดรับกัน การระดมอาวุธ กระสุน และระเบิดแสวงเครื่องจำนวนมากที่ต้องใช้ผู้ชำนาญการในการประกอบระเบิด การแสวงหาวัสดุอุปกรณ์ในการนำมาประกอบเป็นระเบิดทำลายเพื่อนำไปก่อการร้ายในหลายพื้นที่พร้อมกัน หากแต่รัฐไม่อาจล่วงรู้แม้แต่แค่ระแคะระคายการเตรียมการก่อการร้าย ทั้งที่จะก่อการร้ายครั้งใหญ่นี้ต้องระดมผู้คนและทรัพยากรมากมาย
ตัวชี้วัดสำคัญในการก่อการร้ายตั้งแต่ 22 ส.ค. 69 และต่อเนื่องอีกหลายวันจนบัดนี้ ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นกับที่ใดอีก ท่ามกลางบรรยากาศความหวาดกลัว บ่งชี้ว่ามีความล้มเหลวของระบบการข่าวของหน่วยงานความมั่นคงของรัฐที่ควรต้องระแคะระคายบ้างว่าผู้ก่อการร้ายกำลังคิดและกำลังจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร
ด้วยมวลชนในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้เป็นชุมชนชนบทที่จำกัดวงเฉพาะคนในชุมชนที่รับรู้ความเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นที่บ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขา มวลชนคนในพื้นที่ต่างรู้จักมักคุ้นกันอย่างดียิ่งด้วยความเป็นญาติพี่น้องและมิตรสหายกัน ทั้งยังรู้จักคนต่างพื้นที่ที่เข้า-ออก รวมทั้งรู้ดีว่าคนพวกนี้มาทำกิจกรรมอะไรในพื้นที่หมู่บ้านชุมชนของพวกเขา ดังนั้นการก่อการร้ายมากกว่า 70 จุดพร้อมๆ กันทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ และยังต่อเนื่องอีกหลายระลอก จึงไม่อาจรอดหูรอดตาคนในพื้นที่ได้แม้แต่น้อย
ความสามารถในการก่อการร้ายที่ต้องระดมกำลังคนและทรัพยากรมากมาย และสามารถก่อการร้ายได้อย่างต่อเนื่องอีกหลายวันหลายเหตุการณ์ ย่อมบ่งบอกว่าองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้มีความเป็นมืออาชีพในการกระทำความชั่วร้าย มีระบบการบริหารจัดการ การสั่งการ การสื่อสาร การประกอบกำลังจากหลากหลายแหล่ง
การก่อการร้ายอย่างเอิกเกริกโดยไม่เกรงกลัวการตอบโต้จากเจ้าหน้าที่รัฐแม้แต่น้อยที่ยังก่อการร้ายอีกหลายครั้งหลังจากวันที่ 28 สิงหาคม แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะตรึงกำลังเต็มพื้นที่แล้วก็ตาม การวางระบบการสนับสนุนจากมวลชนคนในพื้นที่อย่างแนบเนียน แม้กระแสข่าวแจ้งว่าอาจมีกองโจรได้รับบาดเจ็บ หากแต่ก็ไม่มีการเข้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐ นั่นแสดงว่าการสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลขององค์กรร้ายแห่งนี้มีการเตรียมการเป็นอย่างดี และการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ที่สอดประสานกลมกลืนกันอย่างมีจังหวะจะโคนที่ยากจะมีองค์กรธรรมดาทั่วไปจะทำได้ โดยเฉพาะการ IO ในประเด็นเยาวชนถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ของรัฐที่กำลังเหนี่ยวรั้งการตอบโต้ด้านยุทธการจากรัฐให้ต้องระมัดระวังมากขึ้น
แม้หน่วยงานความมั่นคงของรัฐจะตื่นตัวและมีคำสั่งให้ปฏิบัติการรักษาความสงบเพื่อควบคุมสถานการณ์ขั้นสูงสุดแล้วก็ตาม หากแต่กองโจรในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้ยังคงปฏิบัติการร้ายได้อย่างอุกอาจต่อไปโดยไม่ยำเกรงต่อการตอบโต้ของเจ้าหน้าที่รัฐแม้แต่น้อย อาทิ วันต่อมาหลัง 28 สิงหาคม กลุ่มผู้ก่อการร้าย 5 คน พร้อมอาวุธสงครามครบมือ ยังบุกเข้าไปที่ห้างค้าวัสดุก่อสร้าง จังหวัดปัตตานี ใช้อาวุธปืนข่มขู่ ไล่พนักงานและลูกค้าให้ออกนอกอาคาร เพื่อวางระเบิดจำนวน 3 ลูก ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์เต็มพื้นที่ชายแดนใต้ทั้ง 3 จังหวัด
การปฏิบัติการร้ายในหลายจุดหลายพื้นที่อย่างไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง ไม่ยำเกรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่มีเกลื่อนเมือง ย่อมสร้างความไม่เชื่อมั่นของคนในพื้นที่ต่อระบบรัฐไทย การถืออาวุธสงครามอย่างเอิกเกริกเข้าก่อการร้ายทั้งยิงทั้งวางระเบิดและการวางเพลิงเผาในสถานที่ราชการและสถานประกอบการเอกชนในหลายพื้นที่ โดยรัฐปกป้องดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ไม่ได้ ทั้งยังจับใครไม่ได้สักคน ย่อมบ่งบอกว่ารัฐล้มเหลวงานความมั่นคงทั้งระบบ และสภาวะแบบนี้ชี้ชัดว่าโจรใต้ในองค์กรอาชญากรรมนี้สามารถควบคุมและยึดครองชายแดนใต้ได้อย่างสมบูรณ์