"เบน สมิธ" ส่งทนายฟ้องหมิ่น "โรม" ปมอภิปรายเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์-ทุนสีเทา ยันปกป้องสิทธิ์ ไม่ใช่ปิดปากใคร
"เบน สมิธ" ส่งทนายฟ้องหมิ่น "รังสิมันต์ โรม" ปมอภิปรายเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์-ทุนสีเทา ยันเป็นการฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ์ ไม่ใช่การปิดปาก พร้อมเรียกค่าเสียหาย 100 ล้าน ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 24 พ.ย.นี้
วันที่ 6 ต.ค.68 เวลา 10.30 น. ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ทนายความของนายเบน สมิท เข้ายื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณีอภิปรายพาดพิงว่านายเบน เป็นแสกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
นายธนดล เปิดเผยว่า การอภิปรายของนายรังสิมันต์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยกล่าวหานายเบน ว่าเป็นแสกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มทุนสีเทา ทำให้เกิดความเสียหาย จึงมอบอำนาจให้ตนมาฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งต่อศาลอาญารัชดา ในส่วนคดีอาญาศาลรับคำร้องในข้อหาหมิ่นประมาท และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 24 พฤศจิกายน 68 ส่วนคดีแพ่งศาลฯ รับคำร้องและนัดชี้สองสถานวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยได้มีการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย 100 ล้านบาท เนื่องจากการอภิปรายดังกล่าวถูกเผยแพร่ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะนายเบนทำธุรกิจทั้งในประเทศไทยและสิงคโปร์ ปัจจุบันนายเบนถูกตรวจสอบอย่างละเอียดที่สิงคโปร์ แต่ก็ไม่พบความผิดอะไร ส่วนเอกสิทธิ์การคุ้มครอง สส. นายธนดล บอกว่าตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ม.124 ระบุว่าในการประชุมรัฐสภาหากเป็นการประชุมปิด โดยไม่มีการถ่ายทอดเป็นเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. และ สว. ผู้อภิปราย แต่หากมีการถ่ายทอดไปถึงบุคคลที่สามจะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองทั้งคดีแพ่งและอาญา
ทั้งนี้ จะมีการปรึกษากันอีกครั้งว่าในวันไต่สวนมูลฟ้อง นายเบนจะเดินทางมาเองหรือไม่ แต่มีพยานเป็นประชาชนสองคนจะมาให้การ ยืนยันว่าการฟ้องร้องครั้งนี้ ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นทางเดียวที่จะพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าใช้ทีมทนายเดียวกันกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากทั้งสองคนรู้จักกันผ่านนายทักษิณ ชินวัตร โดยนายเบนเคยลงทุนธุรกิจร่วมกับนายทักษิณ แต่ไม่เคยทำธุรกิจร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส แต่ที่ทราบนายเบน และ ร.อ.ธรรมนัส รู้จักกันมากกว่า 1 ปี โดย ร.อ.ธรรมนัส ให้มาเป็นที่ปรึกษากฎหมายของนายเบน ซึ่งคดีนี้ไม่ใช่คดีแรก นอกจากนี้ ยังทราบอีกว่า นายเบนรู้จักกับนักการเมืองไทยหลายคน แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ
นายธนดล ยืนยันว่า ขณะนี้นายเบนยังอยู่ในประเทศไทย และเพิ่งพบกันเมื่อวานนี้ ซึ่งก็ได้พูดคุยกับทั้งเจ้าตัวและภรรยา ทั้งนี้ ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วไม่พบว่านายเบนมีหมายแดง หมายจับ หรือเคยต้องโทษในคดีอะไรมาก่อน พร้อมบอกด้วยว่ากรณีที่นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นายเบน ถูก ก.ล.ต. ดำเนินคดีในปี 64 ไม่เป็นความจริง เนื่องจากบุคคลดังกล่าวเป็นคนละคน ที่มีชื่อคล้ายกัน ขอย้ำว่าคนละคนกัน
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จ ฮุนเซน นั้น นายเบนสัญชาติกัมพูชา เคยอยู่กัมพูชาจริง โดยมีหนังสือเดินทางเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลกัมพูชา เพราะเคยชวนนักลงทุนไปลงทุนที่กัมพูชา แต่ไม่เคยเข้าประชุมและไม่เคยรับเงินเดือนจากรัฐบาลกัมพูชา นายธนดล ยังบอกด้วยว่าหากเรื่องที่นายรังสิมันต์อภิปรายเป็นเรื่องจริง ก็ให้ไปฟ้องหรือแจ้งความได้เลย ตนพร้อมสนับสนุนเต็มที่ และจะออกจากทีมกฎหมายหากพบความผิดจริง พร้อมตั้งคำถามไปถึงนายรังสิมันต์ ว่าหากเรื่องดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่นายรังสิมันต์อภิปราย จะรับผิดชอบชีวิตของนายเบนอย่างไร