สกู๊ปพิเศษ : "ศุลกากร" ไล่ตรวจยึด "ก๊าซหัวเราะ" 159 ล้าน สารพิษอันตราย ทำลายสมอง
เมื่อโลกกำลังเผชิญหน้ากับวาระวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศ ภัยเงียบที่ร้ายแรงไม่แพ้ "คาร์บอนไดออกไซด์" ก็กำลังถูกลักลอบนำเข้าอย่างโจ๋งครึ่ม!
"ก๊าซไนตรัสออกไซด์" หรือที่รู้จักกันในชื่อสุดอันตรายว่า "ก๊าซหัวเราะ" คือผู้ร้ายที่กำลังถูกตามล่าอย่างหนัก เพราะไม่เพียงแต่มันจะเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรง ด้วยความสามารถในการกักเก็บความร้อนที่สูงหลายเท่าตัว และคงอยู่ในบรรยากาศได้นานกว่า แถมยังมีส่วนในการ ทำลายชั้นโอโซน ในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์อีกด้วย แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันกำลังถูกใช้เป็นสารเสพติดที่ทำลายสุขภาพอย่างรุนแรง
ภัยคุกคามนี้ถูกเปิดโปงอย่างเด็ดขาดโดย "นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์" อธิบดีกรมศุลกากร ที่ได้เปิดปฏิบัติการไล่ล่าสินค้าผิดกฎหมายตามนโยบาย "ปกป้องสังคม" และได้แถลงจับกุมครั้งใหญ่ร่วมกับ นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร, นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา, นายแถมสิน ศรีบางพลีน้อย รองผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพฯ และ นางสาวอรอนงค์ ตัณฑวิวัฒน์ หัวหน้าด่าน อย.ท่าเรือกรุงเทพฯ การจับกุมครั้งนี้รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 159 ล้านบาท!
"กรมศุลกากร" ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่มีความเสี่ยงในการทำผิดกฎหมาย โดยปรับระบบให้ทันสมัยเป็นสากล เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการสุจริต จนกระทั่งในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2568 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ ได้ตรวจสอบสินค้านำเข้าจาก "ประเทศจีน" ที่สำแดงเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ด แต่กลับพบการซุกซ่อนสินค้าที่ไม่ได้สำแดงในใบขนสินค้า และเป็น สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า อย่างโจ่งแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าแตะ, แบตเตอรี่, กระเป๋า และแก้วเก็บอุณหภูมิ รวมทั้งสิ้น 70 หีบห่อ 18,175 ชิ้น สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 55 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการนำเข้าสินค้าต้องห้ามตามกฎหมาย
เรื่องยังไม่จบแค่นี้! เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้พบภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่า นั่นคือ ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) จำนวน 2,670 ชิ้น มูลค่าสูงถึง 44 ล้านบาท ที่ไม่ได้สำแดงมาในใบขนสินค้า! ก๊าซที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อดมสลบนี้กำลังถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อสันทนาการ หากสูดดมมากจะเกิดอาการมึนงง, วิงเวียน, สูญเสียการควบคุมร่างกาย หรือที่เลวร้ายที่สุดคือเข้าไป แทนที่ออกซิเจน ทำให้ร่างกาย ขาดออกซิเจน อาจนำไปสู่อาการปัญญาอ่อน หรือแม้แต่ เสียชีวิต หากใช้ต่อเนื่องยังส่งผลกระทบต่อระบบประสาทจนเกิดอาการชาและความผิดปกติ ถือเป็นความผิดฐานนำของต้องกำกัดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่ปฏิบัติการก็มาถึงจุดพีค! เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานศุลกากรหนองคาย ได้ตอกย้ำความโหดของเครือข่ายอาชญากรรมด้วยการตรวจพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวนมหาศาลถึง 20 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของหญิงสัญชาติไทย 2 ราย ที่ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 1 มูลค่าตลาดมืดสูงกว่า 60 ล้านบาท! เป็นความผิดฐานนำเข้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อย่างชัดเจน
การจับกุมต่อเนื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมศุลกากรที่พร้อมเป็นกำแพงป้องกันภัยให้สังคม จากสถิติปีงบประมาณ 2568 (1 ต.ค. 67 – 30 ก.ย. 68) มีการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายไปแล้ว 48,711 ราย มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และในเดือนตุลาคม 2568 เพียงเดือนเดียวก็จับกุมไปแล้ว 3,388 ราย มูลค่ากว่า 170 ล้านบาท โดยมีทั้งเมทแอมเฟตามีน, บุหรี่, โคคาอีน, สินค้าไม่ได้มาตรฐาน และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้า รวมถึงกัญชา, เฮโรอีน และทองคำที่พยายามส่งออก
ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่า "กรมศุลกากร" จะเดินหน้าเพิ่มมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า – ส่งออกสินค้าผิดกฎหมาย ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้สังคมไทยรอดพ้นจากเงื้อมมือของภัยอาชญากรรมเศรษฐกิจและยาเสพติดเหล่านี้!
#ก๊าซหัวเราะ #ไนตรัสออกไซด์ #ทำลายโอโซน #อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม #กรมศุลกากร #เฮโรอีน #ยาเสพติด #สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ #ภัยเงียบ #โลกร้อน