"นายกฯ" เปิด ASEANAPOL 43 ชู 3 แนวทางสู้ "อาชญากรรมไซเบอร์-ค้ามนุษย์" มูลค่า 150 ล้าน
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 43 (The 43rd ASEANAPOL CONFERENCE) โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. รวมถึง พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช และ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมผู้เข้าร่วมประชุม ผู้บริหารหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ก่อนเริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึงข้าราชการตำรวจ ASEANAPOL ที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่
การประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 43 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "ร่วมมือปฏิบัติการ: ปราบปรามการหลอกลวง ขัดขวางการฉ้อโกง และปกป้องประชาชน" หรือ “Collaboration in Action: Crushing Scam, Disrupting Fraud, and Protecting People” ระหว่างวันที่ 3–7 พฤศจิกายน 2568 โดยถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, สปป.ลาว, มาเลเซีย, เมียนมา, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับอาวุโสประมาณ 280 คน และคู่เจรจา ผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศรวม 30 ประเทศ เช่น จีน, เกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ฝรั่งเศส และ Interpol เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คนจากประเทศสมาชิกอาเซียน คู่เจรจา และองค์กรบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และแสดงความยินดีต่อ "ติมอร์-เลสเต" ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ของอาเซียนอย่างเป็นทางการ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญยิ่ง เนื่องจากอาชญากรรมข้ามชาติได้ทวีความซับซ้อนและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมทางไซเบอร์ การหลอกลวงข้ามชาติ และการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งทำลายเสถียรภาพทางสังคม สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเตือนว่า ปัญหาดังกล่าวได้ทำให้อาเซียนกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ แต่ก็แสดงความยินดีที่ประเทศสมาชิกต่างตระหนักถึงปัญหาและมีความตั้งใจร่วมกันที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า เวที ASEANAPOL ถือเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเสริมสร้างศักยภาพร่วมกันในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติในทุกมิติ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกันคือ ความมั่นคงและความรุ่งเรืองของภูมิภาคอาเซียนและประชาคมโลก พร้อมชื่นชมความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และขอให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้กล่าวเน้นย้ำว่า การประชุมในปีนี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันได้แปรสภาพเป็นระบบแสวงหาประโยชน์ขนาดใหญ่ ที่มีการค้ามนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ผบ.ตร. ระบุว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียง "ขบวนการฉ้อโกง" อีกต่อไป แต่คือ "เครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน" ที่ใช้การฉ้อโกงออนไลน์เป็นฉากหน้าในการล่อลวงผู้หางานมากักขังและบังคับให้ทำงานในศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมองปัญหานี้เป็น วิกฤตการค้ามนุษย์ในยุคดิจิทัล หรือการค้าทาสรูปแบบใหม่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยจึงได้เสนอแนวทางในการร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่:
การเสริมสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติการข้ามพรมแดน: ต้องยกระดับความร่วมมือด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวกรองแบบเรียลไทม์ กำหนดมาตรฐานการสืบสวนที่สอดคล้องกัน และวางระบบปฏิบัติการร่วมในการปราบปรามศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านไซเบอร์สแกมและการค้ามนุษย์
การยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัล: เนื่องจากกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน จำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพของประเทศสมาชิก โดยจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ และพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารไซเบอร์ระดับภูมิภาคร่วมกัน
การคุ้มครองเหยื่อและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด: ในคดีฉ้อโกงออนไลน์มีเหยื่อ 2 ฝ่าย คือ ผู้ถูกฉ้อโกง และผู้ถูกบังคับให้ฉ้อโกงคนอื่น เจ้าหน้าที่ต้องได้รับการฝึกฝนให้คัดแยกเหยื่อเพื่อส่งเข้าระบบช่วยเหลือและคุ้มครอง พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ
ผบ.ตร. ทิ้งท้ายว่า หากทุกประเทศทำงานเพียงลำพัง ขบวนการเหล่านี้จะยังคงใช้พรมแดนเป็นช่องว่างในการกระทำความผิด แต่หากร่วมมือกันอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และมียุทธศาสตร์ จะสามารถยับยั้งทำลายเครือข่ายขบวนการและปกป้องศักดิ์ศรีของมนุษย์ในภูมิภาคได้ พร้อมประกาศว่า ASEANAPOL จะเป็นพลังแห่งความยุติธรรมและความเป็นหนึ่งเดียว