"อัจฉริยะ" บุก ตร.ทวงถามคดี สส. "ช" ท้า ผบ.ตร. เคลียร์ปมเว็บพนัน-สำนวนหาย ภายใน 3 วัน
"อัจฉริยะ" หอบเอกสารหลักฐานสําคัญ บุก ตร. ทวงคดี สส. “ช” ท้า ผบ.ตร. เคลียร์ปมเว็บพนัน-สำนวนหายก่อนปิดเว็บใน 3 วัน
วันที่ 7 พ.ย.68 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หอบเอกสารหลักฐานสําคัญอ้างเป็นหมัดเด็ดใช้น็อคผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติชนิดที่เรียกได้ว่าไม่สามารถตอบคําถามต่อสังคมรวมถึงนายกรัฐมนตรีได้
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนมาวันนี้มาเพื่อทวงถามถึงเอกสารเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กองคดียาเสพติดส่งหนังสือมายังศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ขอให้ช่วยดําเนินคดีกับ สส. “ช” แต่ตํารวจกลับเอาสํานวนไปซ่อนและยังหาไม่เจอ จึงมาขอให้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติช่วยดําเนิการ นอกจากนี้คือกรณีที่ชุด PCT 4 ลูกน้อง ของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ขนะนั้นได้กลับคําให้การช่วยเหลือ สส. “ช” ส่งผลให้ปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา จึงขอให้ช่วยเร่งรัดในเรื่องนี้ด้วย
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจระดับนายพลที่ผ่านมา มีการแต่งตั้งนายตํารวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ที่เคยถูกดําเนินคดีในข้อหาเว็บพนันออนไลน์ แม้ก่อนการแต่งตั้งศาลยกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตามซึ่งตนไม่ขอก้าวล่วง แต่หากเปรียบเทียบกับอดีตผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ที่เดินหน้าปราบปรามสแกมเมอร์ แก็งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า ตามแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรีและชลบุรีอย่างจริงจังกลับถูกโยกย้ายมาอยู่สํานักงานพิสูจน์หลักฐานแต่ยังถูกใช้งานให้ช่วยดูแลเรื่องปราบสแกมเมอร์อยู่ จึงอยากถามไปยังผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติและ 2 ใน 4 ยอดกุมาร ซึ่งเป็นคณะกรรมการข้าราชการตำรวจที่มีส่วนตัดสินใจในเรื่องนี้ด้วยว่า การแต่งตั้งดังกล่าวนั้นเหมาะสมแล้วหรือไม่ อีกทั้งนายตํารวตคนดังกล่าวยังมีความสนิทสนมกับเสี่ย “อ” เจ้าพ่อที่ดูแลสแกมเมอร์ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอีกด้วย
นอกจากนี้ได้ชูหลักฐานที่ตํารวจจับกุม สส. “ช” พร้อมยึดทรัพย์รถซุปเปอร์คาร์ที่มี 100 คันทั่วโลก แต่ปัจจุบันไม่รู้ว่าของกลางทั้งหมดนั้นอยู่ที่ไหน รวมถึงเว็บพนันที่ถูกจับของ สส. “ช” และ สส. พรรคการเมืองชื่อดังจํานวนมากยังเปิดให้เล่นได้อยู่ จึงขอท้าไปยัง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ให้ออกมาดีเบตกับตนเองต่อหน้าสื่อมวลชน
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ตนให้เวลาผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ถึงวันอาทิตย์นี้เพื่อดําเนินการปิดเว็บพนันทั้งหมดที่เคยถูกจับกุมและยังเปิดอยู่ หากในวันจันทร์พบว่ายังเปิดให้เล่นได้อยู่นั้น ตนเองจะลงไปนั่งเรียกร้องกลางถนนหน้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่านายอัจฉริยะ ทํางานควบคู่กับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติหรือไม่ นายอัจฉริยะ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ทํางานคู่กับ “บิ๊กโจ๊ก” เพราะไม่เห็นด้วยหลายเรื่องที่ทํา เช่นการใช้อามรมณ์ในห้องประชุมคณะกรรมมาธิการความมั่นคงฯและการแต่งตั้งนอกวาระเพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจด้วย
ส่วนเหตุกรณีที่ข้อมูลของตนเองและ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มีความคลายคลึงกันนั้น ยืนยันว่า ต่างคนต่างได้มาซึ่งเป้าหมายของตนคือการรวมมือปราบสแกมเมอร์ การดําเนินคดีนักการเมืองสกปรกและแสดงให้เห็นถึงการทุจริตของหน่วยงานรัฐ