ป.ป.ช.สนธิกำลังตัดหมอกเวียงแหง ปราบขบวนการทุจริต จับ 14 ราย พบจนท.รัฐ ให้สิทธิต่างด้าวอาศัยถาวรในไทยโดยมิชอบ
วันนี้ ( 18 พ.ย.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จำนวน 14 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย
ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1. นายอำเภอเวียงแหง 2. ปลัดอำเภอเวียงแหง ฝ่ายงานทะเบียนและบัตร จำนวน 2 ราย 3. เจ้าหน้าที่ธุรการอำเภอเวียงแหง ทำหน้าที่งานทะเบียน จำนวน 4 ราย
ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย กำนันตำบลเมืองแหง
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลเมืองแหง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลเมืองแหง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลแสนไห
ผู้ต้องหากลุ่มที่ 3 นายหน้า/ผู้ขอทำบัตร จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย กลุ่มหน้านาย จำนวน 2 ราย กลุ่มผู้ขอทำบัตร จำนวน 1 ราย
ชุดปฏิบัติการจับกุมตรวจค้น เป้าหมาย รวม 12 จุด เพื่อพบตัวบุคคลผู้มีหมายจับและเพื่อพบสิ่งของและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจค้นมีการตรวจยึดสิ่งของและพยานหลักฐานเพื่อนำมาประกอบการสอบสวนจำนวนหลายรายการ เช่น เอกสารคำขอมีบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ภาพถ่ายของบุคคลผู้ยื่นคำขอภายในบ้านของนายหน้า และอาวุธปืน เป็นต้น
พฤติการณ์ในการกระทำความผิดสืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร โดยมีกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่มีรายการทะเบียนที่มีสิทธิยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่ทั่วประเทศ จำนวน 483,626 คน แยกเป็นบุคคลต่างด้าวที่ยื่นขอสถานะถิ่นที่อยู่ถาวร จำนวน 340,101 คน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร จำนวน 143,525 คน ซึ่งในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ที่มีสิทธิยื่นคำขอ จำนวน 97,000 คน จากนั้นได้พบข้อมูลว่ามีกลุ่มนายหน้าและเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ในการเรียกรับผลประโยชน์
จากการสืบสวนพบข้อมูลว่าในการดำเนินการจัดทำบัตร จะมีกลุ่มนายหน้าดำเนินการติดต่อกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ต้องการทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน แม้บุคคลต่างด้าวผู้นั้นจะไม่มีสิทธิหรือคุณสมบัติก็สามารถจัดทำให้ได้ ซึ่งจะมีกลุ่มของนายหน้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ เป็นผู้รับรองบุคคลและจัดหารายชื่อของชาวบ้านที่สนใจ จากนั้นจะส่งรายชื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทำหน้าที่ด้านงานทะเบียนในอำเภอเวียงแหง เพื่อดำเนินการออกบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้กับกลุ่มบุคคลที่ยื่นผ่านกลุ่มนายหน้าดังกล่าว โดยจากการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ได้รับการทำบัตรในส่วนของขั้นตอนการอนุมัติ อนุญาต การทำเอกสาร การรับรอง การคืนรายการ และการถ่ายบัตร อันมีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ
ต่อมา กรมการปกครอง เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. และมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จำนวน 30 ราย และขอหมายค้น จำนวน 12 จุด ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 จึงได้ร่วมกันตรวจค้นตามหมายค้น จำนวน 12 จุด และจับกุมบุคคลตามหมายจับได้ จำนวน 14 ราย ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินคดีต่อไป