รวบพ่อลูกรับจ้างถอนเงิน เครือข่ายหลอกซื้อขายรถผ่านโซเชียล
วันที่ 21 พ.ย.68 ที่ห้องประชุมชั้น 5 บก.สอท.2 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร
ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์รวบม้าตระเวน กดเงินเหยื่อหลอกลงทุนส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน และรวบ 2 พ่อลูกรับจ้างถอนเงิน เครือข่ายหลอกซื้อขายรถยนต์
ผ่านโซเชียล
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 ต.ค.68 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้ติดต่อซื้อขายรถยนต์ผ่าน Facebook Marketplace พบบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "เหนือสุด" ได้เป็นนายหน้าโพสต์ขายรถยนต์ Toyota Rivo 4x4 2.8 ปี 2018 ตนเองเกิดความสนใจจึงได้ติดต่อไป จากนั้นคนร้ายได้ส่งภาพถ่ายรถยนต์มาให้ดู สุดท้ายตกลงซื้อรถคันดังกล่าวกันในราคา 250,000 บาท จากนั้นคนร้ายได้นัดหมายให้ผู้เสียหายไปพบกับเจ้าของรถยนต์ ณ ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ แม่ขะจาน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย
เมื่อถึงวันเวลาที่นัดหมาย ผู้เสียหายจึงเดินทางไปยังที่สถานที่นัดหมาย และได้พบเจ้าของรถยนต์ และรถยนต์คันที่ตกลงซื้อขายจริง เมื่อตกลงซื้อขายกัน ผู้เสียหายจึงได้โอนเงิน จำนวน 250,000 บาท ให้นายหน้าไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้ง แล้วนายหน้าจะโอนเงินให้เจ้าของรถเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ปรากฏว่าเจ้าของรถยังไม่ได้รับการโอนเงินเข้ามาจากนายหน้าแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบในแชทที่พูดคุย พบว่ามีการยกเลิกข้อความหมายเลขบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้งให้ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าโดนหลอก และได้เข้าแจ้งความในเวลาต่อมา
ต่อมา พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.กก.1 บก.สอท.4 ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า เงินของผู้เสียหายได้ถูกโอนเข้าบัญชีม้าเพียงทอดเดียวแล้วถูกถอนออกทันทีผ่านตู้ ATM ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้สืบสวนขยายผลกระทั่งรู้ตัวผู้ถอนเงิน และได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับได้สำเร็จ
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุม นายธิติศักดิ์ อายุ 57 ปี และนายภาสกร อายุ 26 ปี ซึ่งทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน พร้อมของกลางเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะกดเงินสด บัญชีธนาคารที่ใช้รับและถอนเงินที่หลอกลวงจากผู้เสียหายและโทรศัพท์มือถือ
เบื้องต้น นายภาสกร อ้างว่า ตนมีอาชีพซื้อขายรถยนต์มือสองและได้รู้จักกับชายไม่ทราบชื่อผ่านเฟซบุ๊กแล้วพูดคุยเรื่องซื้อขายรถยนต์กัน กระทั่งวันเกิดเหตุชายดังกล่าวได้บอกว่าจะมีลูกค้าโอนเงินค่าซื้อรถยนต์เข้าบัญชีธนาคารของนายธิติศักดิ์ พ่อของตนเอง เมื่อเงินเข้าแล้ว ตนเองและพ่อจึงได้พากันไปกดเงินสดออกจากตู้ ATM ทันที แล้วนำเงินทั้งหมดไปส่งมอบให้ชายคนหนึ่งอีกคน บริเวณห้างสรรพสินค้าในเชียงใหม่ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 4,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป