เปิดปฏิบัติการล่ารถลำเลียงยาเสพติดเข้า กทม. ก่อนลำเลียงยาผ่านภาคใต้
ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
"ยาเสพติด คนเสพถึงตาย...คนขายติดคุก" ปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในปัญหาสังคมที่รุนแรงที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการ นโยบายต่าง ๆ ในการปราบปราม นอกจากนี้ยังพบว่า ยาเสพติดมีแนวโน้มระบาดมากขึ้น
สถานการณ์การลักลอบหรือขนส่งยาเสพติดถูกลักลอบเข้ามาภายในเมืองกรุง ตามเส้นทาง ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางปิดกั้นขอบเขตและชายแดน หรือความท้าทายของขบวนการขนส่ง
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศอ.ปส.ตร.พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง.ผบก.น.6 พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 พ.ต.ท.ประเสริฐ ชะเอมทอง พ.ต.ท.วิสิทธิ์ สายบัวทอง พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ จุติวรกุล รอง ผกก.สส.บก.น.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปัณณวัชร์ จิรัฐธรรมฤทธิ์ สว.กก.สส.บก.น.6 พร้อมกำลังชุด ชปส.บก.น.6 ร่วมกันจับกุมนายเรืองศิลป์หรือสิน พานเพชร อายุ 48 ปี และ นายนนน์ทวินทร์หรือแมน ทัศนากิจพิภัทร อายุ 37 ปีพร้อมของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) มีลักษณะเป็นเกร็ด สีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงชาสีทอง ยี่ห้อ GUANYINWANG ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระสอบสีขาว จำนวน 1 กระสอบ ภายในบรรจุยาไอซ์ 35 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม (ได้จากการตรวจค้น) 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) มีลักษณะเป็นเกร็ด สีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงชาสีทอง ยี่ห้อ GUANYINWANG ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระสอบสีขาว จำนวน 1 กระสอบ ภายในบรรจุยาไอซ์ 35 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม (ได้จากการตรวจค้น) 3.ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) มีลักษณะเป็นเกร็ด สีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุง ชาสีทอง ยี่ห้อ GUANYINWANG ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระสอบสีขาว จำนวน 1 กระสอบ ภายในบรรจุยาไอซ์ 35 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม (ได้จากการตรวจค้น) 4.ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) มีลักษณะเป็นเกร็ด สีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในถุงชาสีทอง มีรูปเสือโคร่ง ยี่ห้อ ไทเกอร์คิง ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระสอบสีขาว ภายในบรรจุยาไอซ์ 24 ถุง และ บรรจุอยู่ในถุงชาสีทอง ยี่ห้อ GUANYINWANG ซุกซ่อนอยู่ในถุงกระสอบสีขาวถุงเดียวกันจำนวน 12 ถุง รวม 36 ถุง น้ำหนักประมาณ 36 กิโลกรัม (ได้จากการตรวจค้น)รวมยาไอซ์ของกลางทั้งหมด 4 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 141 กิโลกรัม 5.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีขาว 6.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีน้ำเงิน 7.รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU สีขาว โดยจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนหมายเลข 362 (ถนนบายพาสสระบุรี ฝั่งตะวันออก) ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี
(ใกล้แจ้งของวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น.)
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พล.ต.ต.ชัยกฤต กล่าวถึงพฤติการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุและจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มชายไทย ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมักจะใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีขาว และสีน้ำเงิน จำนวน 2 คัน เดินทางมาขนลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลฯ อยู่เป็นประจำ และเมื่อได้รับยาเสพติดแล้วจะขนลำเลียงยาเสพติดกลับไปยังบริเวณพื้นที่ทางภาคใต้เพื่อส่งให้กับกลุ่มลูกค้าของตนต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประชุมวางแผนและนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบขบวนการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมา (วันที่ 25 ม.ค.69) เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบมาว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีขาว รถยนต์เป้าหมายคันดังกล่าว ได้ขับขี่เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครในทิศทางมุ่งหน้าไปยังพื้นที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังออกไปเฝ้าสังเกตการณ์รถยนต์คันดังกล่าว จากนั้นเวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 26 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีขาว คันดังกล่าวได้ไปจอดอยู่บริเวณริมถนนหมายเลข 362 (ถนนบายพาสสระบุรี ฝั่งตะวันออก) ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี (สถานที่จับกุม) และพบรถยนต์บรรทุกพ่วงยี่ห้อ ISUZU จอดอยู่ใกล้เคียงกัน โดยคนขับรถทั้ง 2 คันดังกล่าวได้ยืนพูดคุยกันในลักษณะท่าทางมีพิรุธ และมีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณใกล้เคียง ต่อมาเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ ได้มีรถยนต์กระบะยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นรถเป้าหมายอีกคัน ขับมาจอดที่บริเวณริมถนนดังกล่าว และคนขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีน้ำเงิน ได้ลงจากรถ พร้อมกับเดินไปพูดคุยกับคนขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีขาว และคนขับรถยนต์พ่วงยี่ห้อ ISUZU จากนั้นชายทั้ง 3 คน จึงได้ทำการช่วยกันยกสิ่งของ มีลักษณะคล้ายกระสอบสีขาว จากบริเวณท้ายรถพ่วง มาใส่ไว้ที่บริเวณท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ เห็นว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ช่วยกันยกกระสอบสีขาวเสร็จแล้ว และกำลังจะแยกย้ายกัน โดยเชื่อได้ว่าสิ่งของในกระสอบขาวดังกล่าวนั้น น่าจะเป็นยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจค้น
จากนั้นชายทั้ง 3 คนดังกล่าว ได้อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปคนละทิศทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามไปจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 ราย สามารถหลบหนีไปได้ 1 ราย
ทราบชื่อถายหลัง นายเรืองศิลป์หรือสิน พานเพชร เป็นผู้ขับขี่รถยนต์พ่วงฯ และนายนนน์ทวินทร์ หรือ แมน ทัศนากิจพิภัทร เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะรุ่น FORD ยี่ห้อ RANGER สีน้ำเงิน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 3 คัน ที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าว โดยก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้แก่นายเรืองศิลป์หรือสินฯ และนายนนน์ทวินทร์หรือแมน จนเป็นที่พอใจแล้ว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ (ของกลางรายการที่ 1-4) วางอยู่บริเวณท้ายรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ FORD รุ่น RANGER สีขาว
จากการสอบถามนายเรืองศิลป์ หรือสิน ให้การว่าตนเป็นผู้ขับขี่รถยนต์พ่วง โดยทำหน้าที่ในการขนลำเลียงยาไอซ์มาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตนได้รับการว่าจ้างจากผู้สั่งการให้นำยาเสพติด ดังกล่าวมาส่งให้แก่กลุ่มลูกค้าที่มารอรับยาเสพติดที่บริเวณสถานที่จับกุม
จากการสอบถามนายนนน์ทวินทร์ หรือ แมนให้การว่าตนกับ นายธีระศักดิ์ ที่สามารถหลบหนีไปได้นั้น ได้รับว่าจ้างจากผู้สั่งการ ให้ทำหน้าที่ขับรถมาจากพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อมารับยาเสพติด และเมื่อได้รับยาเสพติดแล้ว จะลำเลียงยาเสพติดกลับไปยังพื้นที่ภาคใต้เพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างต่อไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รวบรวมของกลางทั้งหมดไว้เป็นของกลางในคดี พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ” และได้แจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบ ผู้ถูกจับทั้งสองทราบและเข้าใจดีแล้ว จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกจับมาที่ทำการ กก.สส.บก.น.6 เพื่อทำบันทึกจับกุมและทำประวัติ รวบรวมเอกสารพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป