แกะรอยขยายผลกลุ่ม "นักบิน" ทลายเครือข่ายตัดวงจรไอซ์ล็อตมหึมา สกัดแผนทะลักเข้ากรุงเทพฯ

อาชญากรรม5 ส.ค. 2569 • 15:02 น.
แกะรอยขยายผลกลุ่ม "นักบิน" ทลายเครือข่ายตัดวงจรไอซ์ล็อตมหึมา สกัดแผนทะลักเข้ากรุงเทพฯ

(ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน)

​การจับกุมไอซ์ล็อตมหึมาครั้งล่าสุดนี้ เป็นผลจากการทำงานเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การจับกุมตัวการระดับแถวหน้าหรือผู้เสพ แต่ใช้ยุทธวิธี "แกะรอยขยายผล" จากกลุ่มผู้ทำหน้าที่ขนส่ง หรือที่ในวงการค้ายาเสพติดเรียกว่า "กลุ่มนักบิน"

ถอดรหัสยุทธวิธี "นักบิน"​ในเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ "นักบิน" คือผู้ที่ได้รับว่าจ้างให้ทำหน้าที่รับไม้ต่อในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน เข้าสู่พื้นที่ไข่แดงอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนจะกระจายออกสู่ชุมชนหรือส่งออกต่อไปยังประเทศที่สามพฤติการณ์การลำเลียงในคดีเก่าๆ พบรูปแบบการใช้รถยนต์ต้องสงสัย รถติดแผ่นทะเบียนปลอม และการขับรถตามกันเป็นขบวน (รถนำ-รถตาม-รถสำรวจเส้นทาง)

ยุทธวิธีของนักบินกลุ่มนี้มักใช้ช่วงเวลาดึกหรือเช้ามืด รวมถึงช่วงที่มีเทศกาลหรือช่วงฝนตกหนักเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่... ​กระบวนการแกะรอยเริ่มต้นจากการจับกุมกลุ่มผู้ค้ารายย่อยและนักบินระดับปฏิบัติการในเขตพื้นที่รอบนอก เมื่อนำข้อมูลจากระบบเทคโนโลยี ทั้งกล้องวงจรปิด (CCTV), ข้อมูลการใช้โทรศัพท์, และการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน มาประมวลผลร่วมกัน ทำให้เห็น "ภาพรวมของเครือข่าย"

สะแกนเส้นทางลำเลียง: พบการเคลื่อนไหวผิดปกติของกลุ่มรถยนต์จากภาคเหนือ/ภาคอีสาน มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง​จุดพักยาข้อมูลขยายผลระบุชัดเจนว่า เครือข่ายนี้เตรียมนำไอซ์จำนวนมหาศาลมาซุกซ่อนไว้ที่บ้านเช่าหรือโกดังปริมณฑล เพื่อรอเวลากระจายเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯเมื่อสัญญาณชัดเจน ชุดสืบสวนจึงสะกดรอยตามรถต้องสงสัยกระทั่งเข้าสู่จุดสุ่มเสี่ยง ก่อนตัดสินใจนำกำลังเข้าปิดล้อมและสกัดจับกุมได้พร้อมของกลางไอซ์น้ำหนักมหาศาล

​ย้อนไปเมื่อ 16 มี.ค.69 ที่ผ่านมา กก.สืบสวนนครบาล 1 บช.น. เฝ้าติดตามพฤติกรรมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติด และนำยาเสพติดซุกซ่อนไว้ในเซฟเฮาส์ในพื้นที่ จว.ลพบุรี จึงเข้าตรวจสอบพบยาบ้าเกือบ 2 ล้านเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 รายและได้ขยายผลในทันที จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 2 ราย ยึดยาบ้าเพิ่มกว่า 2.4 ล้านเม็ด รวมกว่า 4.29 ล้านเม็ด​ตามนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร ผบ.ตร. ให้สกัดกั้นและทำลายกลุ่มเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดให้หมดไป จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ในฐานะหัวหน้าศูนย์ยาเสพติด ตร. สั่งการให้ศูนย์ยาเสพติดทั่วประเทศ สืบสวนติดตามและแกะรอยกลุ่มเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดด้วยมาตรการที่ อย่างเข้มข้น

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จึงเร่งดำเนินการตามนโยบายและสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รับผิดชอบงานยาเสพติด ขยายผลกลุ่มเครือข่ายที่ถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ เพื่อติดตามบุคคลในกลุ่มที่ยังคงมีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติด​ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 สั่งการ พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 และ พ.ต.ท.อรรถพงษ์ นกขุนทอง ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.เอกยุทธ อดิสร สว.กก.สส.บก.น.1 และ ชุดสืบสวน บก.น.1 ให้ขยายผลติดตามให้หมดไปจากสังคมโดยเร็วที่สุด

จนกระทั่งวันที่ 3 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ชุดยาเสพติดสืบนครบาล 1 กัดไม่ปล่อย!! พบข้อมูลเชื่อได้ว่ายังมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวซึ่งยังมีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ชั้นใน จึงเฝ้าสะกดรอยและติดตามตรวจสอบพฤติกรรมกว่า 5 เดือน ทุ่มสุดกำลัง จนในที่สุดทราบว่า จะมีการส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ ผ่านระบบขนส่งเอกชน จากจังหวัด สกลนคร และกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวจะจัดส่งคนโดยมี รถนำ และ รถลำเลียง เข้ามารับยาเสพติด ในกรุงเทพมหานคร เพื่อหวังตบตาเจ้าหน้าที่

โดยวันที่ 4 ส.ค.69 เวลาประมาณ 15.15 น. ชุดยาเสพติด กก.สืบสวนนครบาล 1 นำโดย พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 จึงวางแผน จัดกำลังวางตามจุด ที่คาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะเข้ามารับพัสดุที่บรรจุยาเสพติด ตามหลักยุทธวิธี เพื่อให้สามารถจับกุมผู้กลุ่มผู้ต้องหา1. นาย วรชัย (กล) อายุ 30 ปี​ ทำหน้าที่ คนขับรถยนต์กระบะ

2. นาย ธนากร (วาย) อายุ 26 ปี โดยสารมากับรถกระบะ​ 3. นาย วสันต์ (แชมป์) อายุ 27 ปี ที่หน้าที่ ขับรถยนต์เก๋ง (รถนำ) และ 4. น.ส.วาสนา (แนน) อายุ 25 ปี โดยสารในรถเก๋ง (รถนำ) ตรวจยึดของกลาง1. ยาเสพติดประเภทที่ 1 เมตเอมเฟตามีน(ไอซ์) ประมาณ 8 ลัง 2. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 1 ขค 8717 กทม.​ 3. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน สส 9962 กทม.นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดขยายผลที่ กก.สส.บก.น.1 และจะนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช รอง ผบช.น./รับผิดชอบด้านยาเสพติด กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลจากความพยายามของชุดสืบสวนที่ขยายผลจากข้อมูลเครือข่ายที่ถูกจับกุม จนสามารถจับกุมยาเสพติดได้จำนวนมาก ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้สามารถป้องกันยาเสพติดที่เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนว่า หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย หรือพัสดุที่น่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบโดยเร็วที่สุด... การปราบปราม

การจับกุมครั้งนี้ย้ำให้เห็นว่า เครือข่ายยาเสพติดมีการปรับตัวและเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่เสมอ แต่การใช้ยุทธวิธี "แกะรอยจากกลุ่มนักบิน" ร่วมกับการบูรณาการเทคโนโลยีสืบสวนและการวิเคราะห์ข้อมูลการข่าว ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดไฟแต่ต้นลม สกัดกั้นภัยคุกคามไม่ให้ทะลักเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวงได้สำเร็จ

แท็กที่เกี่ยวข้อง