ทลายเครือข่ายขนคนจีนข้ามชาติใน 5 จังหวัดมีคนไทย 5 เตรียมออกหมายจับเพิ่ม 3 และคนจีน 20 ราย

อาชญากรรม4 ก.ย. 2566 • 07:00 น.
ทลายเครือข่ายขนคนจีนข้ามชาติใน 5 จังหวัดมีคนไทย 5 เตรียมออกหมายจับเพิ่ม 3 และคนจีน 20 ราย

วันที่ 4 ก.ย.2566 ที่ ตม.สวนพลู พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1, พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4, แถลงข่าวทลายเครือข่ายขนคนจีนข้ามชาติ

กก.สส.บก.ตม.4 ทลายเครือข่ายขนคนจีน โดยการหลอกคนจีนด้วยกันมาทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการกระทำความผิด และพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง กล่าวคือ กลุ่มขนคนจีนจะทำงานกันเป็นขบวนการตั้งแต่รับตัวคนจีนจากชายแดนไทยผ่านช่องทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง บริเวณ จ.มุกดาหาร เข้ามายัง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วสับเปลี่ยนรถและส่งตัวคนจีนให้กับทีมขนคนจีนอีกทีมซึ่งมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก

จากนั้นทีมขนตนจีนจาก อ.แม่สอด จ.ตาก จะพาคนจีนข้ามไปยังประเทศพม่า โดยเครือข่ายขนคนจีนในครั้งนี้ ถูกจับกุม นายวรพจน์ (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น ฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมคนจีน จำนวน 5 ราย ในความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.เมือง  จว.มุกดาหาร พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจับกุมขบวนการขนคนจีน คดีนี้    จึงได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและพบความเชื่อมโยงไปยังคดีอื่นๆ จนนําไปสู่การจับกุมและเตรียมออกหมายจับอีกหลายราย 

ส่วนครั้งที่ 2 จับคนจีน 3 ราย เตรียมออกหมายจับคนไทย ที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อประมาณปลายเดือน มิ.ย.66       โดย กก.สส.บก.ตม.4 จับกุมคนจีนจำนวน 3 ราย ข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์ โดยคนจีนที่ถูกจับทั้งหมดให้การว่า ถูกบังคับ มาจากประเทศจีนให้ขึ้นรถยนต์ ซึ่งขับผ่านประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ต่อมาเมื่อถึงประเทศไทยจึงได้หลบหนีจากรถยนต์ที่โดยสารมา เข้าขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน คดีนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนพบเส้นทางการเงินเพื่อจะเตรียมออกหมายจับผู้นําพาฯ ต่อไป

ครั้งที่ 3 จับกุมคนไทย 1 ราย คนจีน 5 ราย ที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อประมาณกลางเดือน ก.ค.66 โดย กก.สส.บก.ตม.4 จับกุมนายธวัชชัย (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมด้วย  คนจีน จำนวน 5 ราย ข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.คลองขลุง จ.กําแพงเพชร พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน โดยคนจีนที่ถูกจับทั้งหมดให้การว่า ตนถูกหลอกลวงผ่านเว็บไซต์จัดหางานของประเทศจีน และเมื่อนัดพบกับเอเจนซี่ที่บริษัทไม่ทราบชื่อในประเทศจีน บางรายถูกมอมยาและถูกบังคับให้ขึ้นรถยนต์เพื่อพามายังชายแดนประเทศไทย ซึ่งทั้ง 5 รายไม่ได้รู้จักกันมาก่อนแต่อย่างใด คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามคนร้ายตั้งแต่สับเปลี่ยนรถกันที่ อ.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา และติดตามมาจนสามารถจับกุมทีมขนคนจีนของ อ.แม่สอด จว.ตาก ได้ที่ อ.คลองขลุง จ.กําแพงเพชร จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบภาพกล้องวงจรปิด ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์และเตรียมออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้เพิ่มเติม 

ครั้งที่ 4 จับกุมคนไทย 2 ราย คนจีน 5 ราย ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อประมาณต้นเดือน ส.ค.66 โดย กก.สส.บก.ตม.4 ได้จับกุม นายนนทวัฒน์ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี และนายอชิรวิทย์ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมคนจีน จำนวน 5 ราย ข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางและ เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน โดยคนจีน   ที่ถูกจับทั้งหมดให้การว่า ตนถูกหลอกให้มาทำงาน โดยทราบเพียงว่าสถานที่ทำงานเป็นบ่อนกาสิโนประเทศพม่า คดีนี้จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบความเชื่อโยงทางการเงินและทางโทรศัพท์ชัดเจน เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม

และครั้งที่ 5 จับกุมคนไทย 1 ราย คนจีน 2 ราย ที่ จ.หนองคาย เมื่อประมาณปลายเดือน ส.ค.66 โดย กก.สส.บก.ตม.4 ได้จับกุมนายศักดิ์ศิริ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมคนจีน จำนวน 2 ราย ข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.เมือง จว.หนองคาย พร้อมยึดรถยนต์ 1 คัน โดยคนจีนที่ถูกจับทั้งหมดให้การว่า ตนโดยสารรถยนต์มาจากประเทศกัมพูชาและใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน โดยมีจุดหมายปลายทางคือประเทศลาว ซึ่งแผนประทุษกรรมในครั้งนี้ไม่เหมือน 4 ครั้งก่อน เนื่องจากเป็นการขนคนจีนเพื่อเดินทางกลับประเทศจีน 

สำหรับการทลายเครือข่ายขนคนจีนครั้งนี้ มีการจับกุมทั้งหมด 5 ครั้ง โดยจับคนไทยได้รวม 5 ราย คนจีน ได้รวม 20 ราย ซึ่ง กก.สส.บก.ตม.4 ได้รวบรวมข้อมูลการจับกุมและขยายผลทุกคดีให้อยู่ในรูปแบบของกลุ่มข้อมูล (DATA) และทำ DATA ANALYSIS วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทุกคดี ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ของ สตม. ที่ให้ขยายผลการจับกุมเครือข่ายขนคนจีนทุกคดี และเพื่อใช้เป็นข้อมูลกรณีมีการจับกุมในลักษณะเดียวกันอีก โดยอาจยังมี  “ผู้สั่งการ” เป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันหรือเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอื่นอีก ในเบื้องต้น จากการจับกุมขยายผลเครือข่าย         ขนคนจีนในครั้งนี้ ได้รวบรวมข้อมูลส่งให้พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายจับคนไทยเพิ่มเติมอีก จำนวน 3 ราย ทั้งนี้กก.สส.บก.ตม.4 จะดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจับกุมกลุ่มขบวนการขนคนจีนที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์  กล่าวว่า ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือ กลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด มาดำเนินคดีดังกล่าว