เหยื่อหญิงกว่า 10 รายร้อง “ดร.ธนกฤต” กล่าวหาเจ้าของล้งทุเรียนคุกคามทางเพศ-ข่มขืน
หญิงสาวกว่า 10 รายร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย กล่าวหาเจ้าของล้งทุเรียนภาคตะวันออกคุกคามทางเพศและข่มขืน ดร.ธนกฤตเตรียมประสานหน่วยงานคุ้มครองผู้เสียหาย
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร กลุ่มผู้เสียหายหญิงสาวกว่า 10 ราย นำโดยน้อง A, น้อง B และน้อง C (นามสมมติ) เดินทางเข้าพบ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนและขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีถูกเจ้าของล้งทุเรียนรายใหญ่ในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "อาจารย์ ม." มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ อนาจาร และข่มขืนกระทำชำเรา
กลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยพฤติการณ์ว่า ตนได้สมัครงานผ่าน Facebook ในตำแหน่งเสมียนคัดแยกและจดบันทึกทุเรียน แต่เมื่อเริ่มทำงานได้เพียง 1–3 วัน นายจ้างคนดังกล่าวกลับอาศัยช่วงเวลาทำงานกลางคืน (12.00–07.00 น.) ซึ่งเป็นช่วงที่เหยื่อมีภาวะอ่อนล้าจากการเดินทางและอดนอน ชวนเหยื่อขึ้นรถอ้างว่าพาไปดูงานหรือเก็บของที่รีสอร์ตใกล้เคียง ก่อนหลอกให้เข้าห้องพัก จากนั้นได้ถอดเสื้อผ้า นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัว ลวนลาม ล่วงละเมิดทางเพศ และกระทำอนาจารด้วยการสำเร็จความใคร่ต่อหน้าเหยื่อ โดยผู้เสียหายบางรายซึ่งเป็นเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึงขั้นถูกข่มขืนกระทำชำเราและถูกขู่ฆ่าหากนำเรื่องไปบอกใคร
ที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุในลักษณะนี้ ภรรยาของเจ้าของล้งทุเรียนจะเข้ามาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย เคลียร์เงินให้ผู้เสียหายรายละ 30,000–35,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ให้แจ้งความหรือขอให้ถอนฟ้อง ขณะที่ผู้ก่อเหตุเมื่อรู้ว่าเรื่องจะถูกดำเนินคดี มักจะส่งคลิปเสียงร้องไห้มาขอความเห็นใจ ทำให้เห็นว่ามีการใช้อุบายรับสมัครงานบังหน้าเพื่อก่อเหตุซ้ำมาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายในไลน์กลุ่มรวมแล้วเกือบ 20 ราย และมีเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดเพียง 15 ปี (นักเรียนชั้น ม.3)
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า"พฤติกรรมนี้ถือเป็นภัยสังคมที่น่ากลัวมาก ผู้ก่อเหตุเลือกเหยื่อที่มีรูปร่างหน้าตาดี อาศัยช่วงเวลาทำงานดึกที่เหยื่ออ่อนเพลีย พาเข้าห้องพักในรีสอร์ตที่ไม่มี รปภ. แล้วก่อเหตุอนาจาร บางรายหนักถึงขั้นข่มขืนกระทำชำเรา เหยื่อบางคนอายุต่ำกว่า 15 ปี ถือว่าเข้าข่ายกระทำต่อเด็กและอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์""วันพรุ่งนี้ผมจะพาน้องๆ ไปยื่นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานและการเยียวยา พร้อมประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ รวมถึงประสานกองบังคับการปราบปราม และ พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ ผู้การฯ จันทบุรี เนื่องจากมีการกระทำผิดในหลายท้องที่ทั้งจันทบุรีและชุมพร เรื่องนี้ต้องเดินให้สุดซอย จะปล่อยให้คนแบบนี้มีที่ยืนในสังคมไม่ได้"
น้อง A (นามสมมติ) ผู้เสียหายรายแรก เปิดเผยว่า "หนูทำงานได้ไม่กี่วัน เขาก็บอกจะพาไปลงของแล้วเลี้ยวเข้ารีสอร์ต บอกขอเข้าไปเอาของก่อน แล้วยื่นกุญแจให้หนูเปิด พอเข้าห้องไปเขาก็ถอดเสื้อผ้าเหลือนุ่งผ้าขนหนู ตบเตียงเรียกให้ขึ้นไปนอนด้วย บอกจะให้เงิน 1,000 บาท แล้วเขาก็สำเร็จความใคร่พร้อมลูบขาหนู หนูต้องตะโกนให้คนช่วย เขาก็ขู่ว่าห้ามบอกใคร ตอนเกิดเหตุหนูโทรหาเมียเขา เมียเขาก็ขอร้องว่าอย่าเพิ่งแจ้งความ เดี๋ยวแผงเสียชื่อเสียง แล้วเมียเขาก็มาอ้อนวอนขอเคลียร์ตลอด เพราะเขาก็ไม่มีทางเลือก ต้องปกป้องแฟนเพื่อดูแลภาระลูกน้อง"
น้อง B (นามสมมติ) ผู้เสียหายรายที่สอง กล่าวว่า "หนูเพิ่งมาทำงานได้แค่วันเดียวช่วงกลางดึก พอเช้าเขาก็พาเข้าโรงแรมใกล้แผง อ้างว่าขออาบน้ำก่อน แล้วแต่งตัวใส่ผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาทาครีมและกระทำการอนาจารหน้ากระจก หนูตั้งสติพยายามโทรหาเพื่อนให้มาช่วย แต่ตอนหลังเขาก็ยังเรียกให้หนูเอาหินกั้นประตูเข้าไปคืนในห้องนอนเขา เพื่อจะทำพฤติกรรมเดิมอีก"
น้อง C (นามสมมติ) ผู้เสียหายรายที่สาม กล่าวว่า "เขาหลอกให้หนูถือกุญแจเปิดห้อง พอเข้าไปกลับเป็นห้องว่างเปล่า เขาก็นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวแล้วขอให้นวดให้ หนูอ้างกฎศาสนาว่าถูกตัวผู้ชายไม่ได้ เขาก็พยายามขัดขืน จนหนูต้องใช้อุบายอ้างว่ามีลูกค้ามารอซื้อทุเรียน พอหนูทำท่าจะหนีออกประตู เขาก็เดินสวนมาแตะตัวหนูหลายรอบ แล้วถอดกางเกงลงมาเช็ดอวัยวะเพศต่อหน้าต่อตาหนู"
ดร.ธนกฤต กล่าวว่า จะประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำทีมสหวิชาชีพเข้าดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหาย เนื่องจากเหยื่อหลายรายอยู่ในภาวะวิตกกังวลและต้องพบจิตแพทย์ พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีอาญาในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา (โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี), กระทำอนาจาร, หน่วงเหนี่ยวกักขัง และความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำฯ อย่างถึงที่สุด