ตำรวจเตรียมฝากขัง 3 แก๊งมังกรจีนพรุ่งนี้ ค้านประกันตัว
วันที่ 29 ก.ค.65 จากกรณีตำรวจชุดสืบสวน บก.น.4 ร่วมกับชุดสืบสวน สน.วังทองหลาง ตามลากคอแก๊งปล้นมังกรจีน 3 คนคาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังก่อเหตุอุกฉกรรจ์บุกอุ้มตัวนักธุรกิจเชื้อสายจีนบริเวณลานจอดรถแมนชันกลางกรุง หวังขู่บังคับให้โอนเงิน 10 ล้านบาทจากบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ เดชะบุญเหยื่อทำสมาร์ทโฟนตกไว้ที่จุดเกิดเหตุ โอนเงินไม่ได้ เลยรูดนาฬิกาหรู “ริชาร์ด มิลล์”มูลค่า 25 ล้านบาทและกุญแจรถเบนซ์ ก่อนปล่อยตัวเหยื่อแล้วหลบหนีไป แต่ไม่รอดถูกตำรวจไทยตามจับทันควัน ก่อนหนีออกนอกประเทศ เบื้องต้นยังให้การภาคเสธอ้างไม่ได้ปล้นแต่มาเอาทรัพย์สินคืน พงส. แจ้ง 5 ข้อหา เตรียมฝากขังศาลอาญาพรุ่งนี้ (30 ก.ค.65)
ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ สน.วังทองหลาง พลตำรวจโท สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เดินทางมาเข้าร่วมประขุมติดตามความคืบหน้าในคดี "แก๊งปล้นมังกร" ก่อเหตุบุกอุ้มตัวนักธุรกิจเชื้อสายจีน เรียกค่าไถ่และปล้นทรัพย์ ก่อนปล่อยตัวเหยื่อแล้วหลบหนีไป หลังทางตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุตัวได้ รวม 3 ราย
กระทั้งเวลา 14.30 น. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสามคนยังให้การภาคเสธ ยอมรับว่าอยู่ในเหตุการณ์ แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย โดยผู้ต้องหา 2 คน วางแผนเดินทางเข้ามาในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม และอีกคนเข้ามาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะวางแผนเช่ารถยนต์มาก่อเหตุ และเมื่อก่อเหตุเสร็จแล้วทิ้งรถหลบหนีเตรียมขึ้นเครื่องบินกลับ แต่ถูกจับได้ก่อน
สำหรับคำให้การของผู้ต้องหาขณะนี้ยังให้การไม่ตรงกัน บางคนให้การว่าติดหนี้ในต่างประเทศ บางคนบอกว่าเป็นการหลอกให้ร่วมลงทุนแล้วไม่ได้ผลตอบแทน จึงต้องมาทวงเงินที่ติดไว้ ส่วนผู้เสียหาย ยอมรับว่ารู้จักกับหนึ่งในผู้ต้องหา เนื่องจากเคยยืมเงินไปก่อนหน้านี้ แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการติดหนี้พนันออนไลน์
สำหรับวันที่เกิดเหตุเมื่อเจอผู้เสียหายแล้วได้พาตัวขึ้นรถขับวนไปจนถึงวัดลาดปลาดุก เพื่อต้องการให้โอนเงินสกุลดิจิทัลให้ ตีมูลค่าเงินไทยประมาณ 10 ล้านบาท แต่ขณะที่ถูกพาตัวไปโทรศัพท์ของผู้เสียหายตกอยู่ทำให้โอนไม่ได้ จึงยึดนาฬิกาแบรนด์เนมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทไป โดยที่ผู้เสียหายพยายามหลอกผู้ต้องหาแล้วว่าเป็นของปลอม แต่ผู้ต้องหายึดไปก่อน
ส่วนผู้เสียหายพบว่าเดินทางเข้ามาในไทยเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว และเป็นนักธุรกิจที่มีฐานะ โดยตั้งใจพาภรรยามาคลอดลูกที่โรงพยาบาลในไทย เนื่องจากมั่นใจในระบบสาธารณสุข หลังจากนี้ก็จะเดินทางกลับประเทศ แต่ถูกก่อเหตุก่อน โดยในวันพรุ่งนี้พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขังผัดแรก พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันปล้นทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจผู้อื่น และข้อหาอื่นๆ รวม 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดหรือหน่วงเหนี่ยวหรือกังขังบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ มาตรา 313, 2.ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมมาตรา340 วรรคสอง, 3.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การะทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธ มาตรา 309, 4.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยงหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย มาตรา 310 และ 5.ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร มาตรา 371
พร้อมเตรียมนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขังผัดแรก รวม 12 วัน พร้อมคัดค้านการประกันตัว