ผอ.ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมชี้แจงกรณีเผยแพร่ข่าว อสม.ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน เป็น"ข่าวบิดเบือน”

อาชญากรรม8 พ.ค. 2563 • 09:09 น.
ผอ.ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมชี้แจงกรณีเผยแพร่ข่าว อสม.ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน เป็น"ข่าวบิดเบือน”
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่กระทรวง ดีอีเอส. ชั้น 9 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ชี้แจงประเด็นร้อน “ข่าวบิดเบือน” อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน ยันเผยแพร่ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ผ่านช่องทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตามความประสงค์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นพ.พลวรรธน์ กล่าวว่า ตามที่เมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 เวลา 17.43 น. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารเรื่อง “ลือ!! อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน 240 บาท ตามที่กำหนดไว้” และว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวบิดเบือนนั้น เป็นการดำเนินการตามที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แจ้งความประสงค์ที่จะเผยแพร่ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบ หลังมีการตรวจสอบตามกระบวนการจากหน่วยงานเจ้าของเรื่อง และได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวบิดเบือน ทั้งนี้ศูนย์ฯ ได้รับแจ้งเบาะแสข่าวจากประชาชน ในประเด็นที่มีการเผยแพร่บนโลกออนไลน์มีเนื้อความระบุว่า “อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน” และในวันที่ 3 พ.ค.2563 เวลา 19.03 น. ทางศูนย์ฯ ได้มีการประสานงานไปยังกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตามกระบวนการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวดังกล่าว และได้รับข้อมูลผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 เวลา 11.08 น. โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริงดังนี้ “ผลการตรวจสอบกับ อสม. ในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลค่อนข้างสอดคล้องว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงตามที่แจ้ง อสม.ไว้ตอนแรกได้ ทำให้ อสม. ไม่เข้าใจว่าเหตุใดไม่ได้เต็มตามจำนวน วันก่อนมีการประชุมที่ สสจ. มีการแจ้งเหตุผลว่าจำนวนชั่วโมงปฏิบัติงานใน 1 วันไม่ถึงตามระเบียบจึงเบิกจ่ายได้แค่ครึ่งวัน ที่เป็นเหตุเนื่องจาก อสม. ระบุว่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกปฏิบัติหน้าที่เอง แต่เมื่อพบว่าเบิกจ่ายให้ได้เบี้ยเลี้ยงเพียงครึ่งเดียว จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ตามข่าวด้านล่าง อย่างไรก็ตามเย็นวานนี้ ผวจ. พิษณุโลกแจ้งในเพจส่วนตัวว่า สามารถเบิกจ่ายให้ได้แล้วโดยอาศัยตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่ กค.0402.4/19207 ลว. 30 เม.ย.2563” โดยทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แจ้งความประสงค์ที่จะเผยแพร่ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบ ดังนั้นศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย จึงได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อเท็จจริงตามที่หน่วยงานแจ้งมา ตามช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ฯ ในวันที่ 4 พ.ค.เวลา 17.43 น. ตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พ.ค.เวลา 13.56 น. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานงานมายังศูนย์ฯ และแจ้งขอให้นำข่าวบิดเบือนดังกล่าวออกจากสื่อที่เผยแพร่ ซึ่งทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจึงได้นำข่าวบิดเบือนดังกล่าวออกจากสื่อของศูนย์ฯ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. เวลา 16.40 น. ตามที่หน่วยงานแจ้งความประสงค์มา “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย จึงขอเรียนชี้แจงว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามบทบาทและภารกิจ โดยข้อเท็จจริงที่เผยแพร่ไปนั้น ได้ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องตามกระบวนการจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละประเด็น และเป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินงานทุกประการ โดยไม่มีเจตนาทำให้หน่วยงานใดได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ทางศูนย์ฯ ขอยืนยันอีกครั้งว่าศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ และคำนึงถึงมาตรฐานของกระบวนการตรวจสอบความจริงตลอดมา” ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ไปยื่นร้อง ปปช.ให้สอบในเรื่องนี้เมื่อช่วงเช้าวันนี้ นั้น นพ.พบวรรธ์ ผอ.ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม บอกว่าคนที่จะโดนสอบก็เป็นแค่ข้าราชการตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข่าวนี้ ไม่ใช้รัฐมนตรีกระทรวง ดีอีเอส หรือ ตนที่เป็น ผอ.ศูนย์ฯ ยืนยันเราทำตามขั้นตอน มีการตรวจสอบ จากหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับข่าวนั้นๆ ทุกข่าว ไม่ใช่กำหนดว่าข่าวไหนปลอมหรือถอดออกเอง ขอยอมรับว่าตั้งแต่ตั้งศูนย์ฯ ขึ้นมา มีการถอดออกเพียงแค่ 2 ข่าว คือ ข่าว อสม.นี้และข่าวอหิวาต์ม้า