สืบตม.1 รวบหนุ่มอียิปต์ อดีตพ่อค้ายาผันตัวเป็นมาเฟียเก็บค่าคุ้มครอง
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.63 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงผลการจับกุมนาย MOHAMED อายุ 37 ปี สัญชาติอียิปต์ มีพฤติการณ์เป็นกลุ่มแก๊งมาเฟียเรียกเก็บค่าคุ้มครองบุคคลต่างชาติ
สืบเนื่องจากตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
ต่อมา พ.ต.ท.ธนากร นิ่มมะโนรอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ โรจนวานิชกิจ และ พ.ต.ต.ธงค์ โตอนันต์ สว.กก.สส.บก.ตม.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 สืบสวนหาข้อมูลบุคคลต่างด้าวชาวตะวันออกกลางที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวกับข้องกับยาเสพติดหรือตั้งตัวเป็นกลุ่มแก๊งมาเฟีย เรียกเก็บค่าคุ้มครองบุคคลต่างชาติ และได้รับข้อมูลจากสายลับที่ตรงกับข้อมูลการสืบสวนว่า มีบุคคลชาวตะวันออกกลางมีพฤติกรรมน่าสงสัย คือ นาย MOHAMED อายุ 37 ปี สัญชาติอียิปต์ มักจะแอบอ้างกับบุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะในรายที่ไม่มีหนังสือเดินทาง หรือรายที่ประกอบธุรกิจโดยที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานว่า ตนสามารถดูแลคุ้มครองให้บุคคลต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยนั้นได้ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้ามาจับกุมได้ แต่ทุกคนจะต้องแลกด้วยจ่ายเงินเป็นค่าคุ้มครองให้กับตนเป็นรายเดือน หากใครไม่ยินยอมก็จะถูกข่มขู่และทำร้าย บุคคลต้องสงสัยดังกล่าวยังตระเวนไปตามตามแหล่งสถานบันเทิงในเขตบริเวณกรุงเทพมหานคร เพื่อจำหน่ายยาเสพติดโดยเน้นกลุ่มคนต่างชาติ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงออกตามหาและแสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางและเอกสารอื่นๆ จากนาย MOHAMED อายุ 37 ปี สัญชาติ อียิปต์ ที่ร้านแห่งหนึ่งถนนพระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.แต่ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเชิญตัวมายัง กก.สส.บก.ตม.1 เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับระบบสาระสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจากข้อมูลบุคคลต่างด้าวรายนี้อยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่ากำหนด เป็นเวลา 1,772 วัน และเจ้าตัวยอมรับว่า เคยถูกดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายไอซ์โดยผิดกฎหมาย เมื่อปี 2560 มาก่อน ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวส่ง พงส.บก.สส.สตม. ดำเนินการต่อไป
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง