ตำรวจ บก.ถปพ. เตรียมนำปืนไฟฟ้าเข้าประจำการภายในหน่วย

อาชญากรรม24 ม.ค. 2562 • 08:24 น.
ตำรวจ บก.ถปพ. เตรียมนำปืนไฟฟ้าเข้าประจำการภายในหน่วย
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.62 พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบก.ถปพ. พร้อม พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ รองผกก.ปพ.บก.ถปพ. พ.ต.ต.ราชัน แก้วคูน สว.กก.ปพ.ถปพ. พ.ต.ต.สุริยา นาคประนม สว.กก.ปพ.บก.ถปพ. และร.ต.อ.สันติภาพ กุลวงษ์ นว.(สบ1)ผบก.ถปพ. เดินทางไปที่โรงงานผลิตปืนไฟฟ้า ที่ประเทศไต้หวัน เพื่อทดสอบ เรียนรู้ เทคนิคการยิง การซ่อมบำรุง ปืนไฟฟ้า Black TASER® X26 Refurbished Law Enforcement Model ซึ่งเป็นปืนยี่ห้อเดียวกับที่ผลิตปืนเทรเซอร์ของสหรัฐอเมริกา โดย บก.ถปพ.จะนำปืนรุ่นนี้มาประจำการที่หน่วยในช่วงเดือน มีนาคม 2562 ที่จะถึงนี้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ กล่าวว่าโครงการจัดหาอาวุธปืนชนิดนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 ซึ่งในขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งเป็น ผู้กำกับสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม ( ผกก.ปพ.บก.ป ) ขณะนั้นมีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 58 นายอัสนีชัยพล เจริญวินิจ อายุ 30 ปี ถือมีดบุกขึ้น สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และจะพุ่งเข้าทำร้าย ส.ต.ท.ไพสิฐ อ่อนสองชั้น ผบ.หมู่ ป้องกันและปราบปราม สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ทำให้ ส.ต.ท.ไพสิฐ ตัดสินใจใช้ปืนยิงเข้าบริเวณใต้ราวนมขวาทะลุใต้รักแร้ 1 นัด ทำให้นายอัสนีชัยพล บาดเจ็บสาหัสก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนในสังคมอย่างมาก ถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ที่ดูเหมือนอาจเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ พล.ต.ตงต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ ส.ต.ท.ไพสิฐ ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุก4ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 2 ปี เนื่องจากป้องกันตนเกินสมควรแก่เหตุ กระทั่งวันที่ 18 ก.ย.2561 ศาลฎีกา พิพากษาว่าจำเลยไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ที่จะป้องกันภยันตรายที่ใกล้ถึงตัวจำเป็นต้องกระทำไป และสถานที่เกิดเหตุเป็นสถานีตำรวจ ซึ่งตำรวจใช้ในการปฏิบัติหน้าที่พิพากษายกฟ้อง ส.ต.ท.ไพสิฐ อ่อนสองชั้น คดีนี้หากตำรวจมีปืนไฟฟ้า ตำรวจเราจะไม่มีคำว่าเกินกว่าเหตุ หรือเจตนาฆ่า เพราะปืนไฟฟ้า จะหยุดยั้งคนร้ายได้ชั่วครู่เกือบๆ10วินาที ซึ่งมีเวลามากพอตำรวจจะเข้าไปควบคุมตัวโดยไม่มีการสูญเสีย ทาง บก.ถปพ.จึงเป็นหน่วยงานของตำรวจที่จะนำร่องให้หน่วยงานต่างๆในประเทศ เพราะปืนไฟฟ้าตำรวจต่างประเทศมีการนำมาใช้กันหมดแล้ว และยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า การมาเรียนทางด้านเทคนิค ทางโรงงานจะออกใบเซอร์การันตีให้ เพื่อให้ผู้ที่ไปรับการฝึกอบรมครั้งนี้ นำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดวิธีการยิงในหน่วย เพราะปืนชนิดนี้ไม่ใช่ใครจะยิงได้ ต้องมีทักษะในการยิง อีกอย่างกระสุนค่อนข้างแพง ยิงไม่โดนเป้า ก็ไร้ประโยชน์ จากการทดสอบยิงด้วยตัวเอง พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ บอกว่าใช้ได้ดี ยิงหวังผลไม่เกิน 10เมตร ระยะแน่นอน 6-7 เมตร กระสุนที่พุ่งไปถูกผู้เป็นเป้าหมาย จะเหมือนเข็มฉีดยาขนาดเล็ก 2 เข็มเข้าไปในผิวหนังประมาณ 2มิลลิเมตร และปลายเข็มแหลมเหมือนเงี่ยงเบ็ดตกปลาทำให้ไม่หลุดจากเป้าหมาย จากนั้นเมื่อปลดไก กระแสไฟฟ้า จะวิ่งไปตามเข็มเข้าสู่เป้าหมาย จากนั้นประมาณ 5 วินาที เครื่องจะตัดกระแสไฟฟ้าด้วยตัวมันเอง จากนั้นเมื่อปลดไก กระแสไฟฟ้า จะวิ่งไปตามเข็มเข้าสู่เป้าหมาย จากนั้นประมาณ 5 วินาที เครื่องจะตัดกระแสไฟฟ้าด้วยตัวมันเองจึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่ถูกยิง เพราะกระแสไฟฟ้าจะทำเพียงให้ร่างกายหมดสภาพเพราะกล้ามเนื้อมนุษย์ไม่สามารถต้านแรงไฟฟ้าที่ overide กระแสประสาทไปจนกล้ามเนื้อควบคุมไม่ได้ จึงมักเห็นว่าคนที่ถูกปืนแบบนี้จะตัวแข็ง และ ล้มทั้งยืนทุกราย ปืนชนิดนี้จึงเหมาะที่จะเป็นอาวุธที่ใช้ประจำตัวตำรวจ โดยใช้ควบคู่ไปกับดิ้ว หรือกระบองยึดหดได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางยกระดับการใช้กำลังจากเบาไปหาหนัก ผบก.ถปพ.กล่าว