“กองปราบรวบอดีตพระหลวงตาข่มขืนเด็ก13หนีคดี18ปี”

อาชญากรรม27 ก.ค. 2562 • 10:51 น.
“กองปราบรวบอดีตพระหลวงตาข่มขืนเด็ก13หนีคดี18ปี”
เมื่อวันที่ 26 ก.ค.62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 4 และเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายละ วรรณพิรุณ อายุ 81 ปี อดีตพระวัดแห่งหนึ่งที่ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.99/2550 ลงวันที่ 24 ม.ค.2550 ในข้อหา“พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร,กระทำชำเราเด็กหญิงยังไม่ถึงสิบห้าปีซึ่งมิใช้ภรรยาตน,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ได้ที่บริเวณภายในวัดโคกหัวข้าว หมู่ที่ 3 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2544 ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ขณะนั้นอายุ 13 ปี ได้ถูกนายละ (ผู้ต้องหา) ซึ่งขณะนั้นยังเป็นพระภิกษุอยู่ พาขึ้นรถยนต์โดยสารไปที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และได้พา ด.ญ.เอ ไปที่บ้านญาติของ นายละ ในคืนดังกล่าวมีการเลี้ยงฉลองกัน โดยนายละ ให้ ด.ญ.เอ ดื่มเบียร์ 2 แก้ว จากนั้น ด.ญ.เอ เข้านอน ต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้นวันที่8 ต.ค.2544 ด.ญ.เอ ตื่นมา รู้สึกว่าเจ็บที่อวัยวะเพศ โดยนายละ ได้เข้าไปกอดและหอมแก้มพร้อมกับพูดว่า หาก ด.ญ.เอ ท้อง นายละ จะรับผิดชอบ ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.2544 นายละ ได้พา ด.ญ.เอ กลับมาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มารดา ของ ด.ญ.เอ ได้พบ ด.ญ.เอ อยู่กับ นายละ โดย ด.ญ.เอ เล่าให้ มารดาฟังแล้วบอกว่า ถูกนายละกระทำชำเรา มารดาจึงได้พา ด.ญ.เอ ไปให้แพทย์ตรวจพบว่าผ่านการร่วมเพศ จึงแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี จากการ สอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ว่า ไม่ได้กระทำอนาจาร,และกระทำชำเรา ด.ญ.เอ ซึ่งตนเองได้บวชเป็นพระตั้งแต่อายุ 35 ปี โดยตนรู้จักกับ ด.ญ.เอ ตอนอายุประมาณ 60 กว่าปี ด.ญ.เอ กับบิดาและมารดา จะมาทำบุญกับตน เป็นประจำ ที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงได้รู้จัก แต่เด็กหญิงได้มาติดพันกับตน จนในวันดังกล่าวตนเองกำลังจะเดินทางไปบ้านญาติ ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ด.ญ.เอ ได้วิ่งตามตนเองขึ้นรถโดยสาร ซึ่งตนเองได้ห้ามไม่ให้ติดตามมา ภายหลังเมื่อถึงที่บ้านญาติของตน ด.ญ.เอ ได้อยู่ที่ดังกล่าว 2 วัน จึงได้พาเด็กหญิงมาส่ง และไม่ได้กระทำอนาจารเด็ก ก่อนจะเดินทาง ตนเองได้ลาสิกขา แล้วเดินทางมาที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และพบกับ มารดาของ ด.ญ.เอ หลังจากนั้นต่อมาอีก 2 เดือน ตนเองก็ได้บวช และได้จำพรรษาอยู่หลายที่ ต่อมาได้มาจำพรรษาอยู่วัดโคกหัวข้าวเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งตนเองไม่ทราบว่ามีหมายจับ พึ่งมาทราบภายหลังจากที่พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ซึ่งหมายจับกำลังจะหมดอายุความอีก 2 ปี (ปี 2564)ส่ง สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย