รถแท็กซี่ถูกชนย่านพระราม9 ไม่เชื่อ คนขับป่วยทางจิต ลั่นครอบครัวต้องรับผิดชอบ

อาชญากรรม15 ม.ค. 2567 • 17:46 น.
รถแท็กซี่ถูกชนย่านพระราม9 ไม่เชื่อ คนขับป่วยทางจิต ลั่นครอบครัวต้องรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่ สน.ห้วยขวาง นายชาญยุทธ แซ่ฟุ้ง อายุ 58 ปี คนขับรถแท็กซี่สีเขียว - เหลือง ผู้เสียหาย จากกรณีถูกคู่กรณีพุ่่งชนหลายครั้ง ย่านถนนพระราม 9 หลังจากเกิดเหตุ มีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อศอกขวา 

นายชาญยุทธ กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ตนกำลังขับรถแท็กซี่ อยู่เลนขวาสุดบนถนนรัชดาภิเษก บริเวณด้านหน้าโลตัส พระราม 9 ซึ่งขณะนั้น ตนกำลังจะเบี่ยงซ้ายเพื่อเข้ามารับผู้โดยสาร ปรากฏว่า มีรถเก๋งสีขาวคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วสูง ตามท้ายรถของตน แล้วเสียบพุ่งชนรถของตน ครูดตามแนวยาวบริเวณฝั่งคนขับแล้วขับหลบหนีไป ตนจึงรีบขับรถแท็กซี่ตามไป ก็เห็นว่า ไปเฉี่ยวชนรถแท็กซี่อีก 1 คันในละแวกนั้น ตนจึงรีบขับตามต่อ บริเวณสามแยกเทียนร่วมมิตร ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ 

จากนั้นตนจึงรีบปาดหน้ามาจอดขวางบริเวณเลนขวาสุดเพื่อสกัดไม่ให้รถเก๋งคันดังกล่าวหลบหนีบริเวณหน้า the street รัชดา แต่ทว่ารถเก๋งคันดังกล่าว ได้ถอยรถแล้วขับพุ่งชนรถของตนบริเวณที่นั่งผู้โดยสารฝั่งซ้ายและท้ายรถอีก 5 ครั้ง ซึ่งจากในคลิปจะเห็นว่า รถเก๋งขับชนตน 2 ครั้ง แต่จริง ๆ แล้วมีก่อนหน้านั้นอีก 3 ครั้ง แล้วคนขับรถเก๋งก็ขับหลบหนีออกไปทันที รวมแล้วรถเก๋งขับชนรถแท็กซี่ตนถึง 5-6 ครั้งด้วยกัน หลังจากนั้นก็ขับหนีออกไปด้วยความเร็ว ตนเห็นว่าผิดปกติมาก และรถของตัวเองก็เสียหายหนัก จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้นึกถึงความกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีอาวุธหรือตัวเองจะได้รับบาดเจ็บ เพราะดูจากสภาพรถที่ถูกเฉี่ยวชน มันก็เสียหายหนักมาก จึงตัดสินใจขับตามไป เท่าที่จะสามารถทำได้ เพราะคิดว่าคนขับรถเก๋งน่าจะหยุด แต่ปรากฏว่า ไม่ยอมหยุด แถมยังขับรถชนรถแท็กซี่คันอื่นด้วย 

ในระหว่างที่เกิดเหตุ  คนขับรถเก๋งไม่ได้เปิดกระจกลงมาพูดคุยหรือด่าทออะไร และตนก็ไม่สามารถมองเห็นด้านในรถได้เพราะว่าฟิล์มมืดมาก ทั้งนี้ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แม่ของคนที่ขับรถเก๋งก็ออกมาบอกว่าลูกของตัวเองมีอาการป่วยทางจิต จนมองว่า เวลา เกิดเหตุการณ์แบบนี้ครอบครัวก็มักจะออกมาพูดว่า “ ลูกมีอาการป่วยทางจิต”  ตนมองว่า “ไม่น่าจะป่วยทางจิตแต่น่าจะดื่มแอลกอฮอล์หรือมีสารเสพติดมากกว่า” 

“ จึงอยากฝากบอกอีกฝ่ายว่า ให้รับผิดชอบเรื่องรถ เพราะผมจะต้องใช้รถคันนี้ทำมาหากินเลี้ยงส่งครอบครัว เพราะมูลค่าความเสียหายนั้น น่าจะประมาณ 2 แสน ” นายชาญยุทธ กล่าว