ตร.รอผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันความเป็นแม่ คดีสาวถูกป้ายยาสลบ ขโมยลูกชาย

อาชญากรรม11 มิ.ย. 2562 • 10:19 น.
ตร.รอผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันความเป็นแม่ คดีสาวถูกป้ายยาสลบ ขโมยลูกชาย
วันที่ 11 มิ.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสื่อหญิงสาวเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยกล่าวว่าตนถูกป้ายยาก่อนถูกลักพาตัวไป ในเขตพื้นที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.ศศิธร ชูจิตร อายุ 30 ปี แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยกล่าวอ้างว่าวันเดียวกัน ถูกหญิงวัยกลางคนป้ายยาสลบจนไม่ได้สติ จากนั้นหญิงรายดังกล่าวได้ลักพาตัวบุตรชายของตนไป ที่บริเวณริมถนนสาธารณะ ใกล้ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตามต่อมาคืนวันเดียวกันมีหญิง พร้อมเด็กชายที่อ้างว่าถูกลักพาตัว ได้นำพยานหลักฐานมายืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าตนเป็นมารดาของเด็กตามกฎหมาย จากการสอบสวน มารดาของเด็กนั้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ตนรู้จัก น.ส.ศศิธรฯ ทางกลุ่มเฟซบุ๊กที่เกี่ยวกับกาอุปการะเด็ก จนกระทั่งได้ให้นางสาวศศิธรฯนั้นอุปการะเลี้ยงดูบุตรของตนโดยมอบบุตรให้ดูแลวันที่ 2 พ.ค. 2562 โดย น.ส.ศศิธรฯ มารับบุตรของตนบริเวณหอพักแล้วพามาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระทั่ง วันที่ 10 มิ.ย. 2562 ตนเดินทางมาจากจังหวัดตรัง เพื่อมาพบบุตรชาย พร้อมนัดให้ น.ส.ศศิธรฯ พาบุตรชายมาพบที่โรงแรมเดอะริช จากจึงพาบุตรชายกับบ้านที่จังหวัดตรัง จนกระทั่งน.ส.ศศิธรฯ เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยกล่าวอ้างว่าได้มีการลักพาตัวบุตรชายของตนไป พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน ผกก .สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ว่า จากกรณีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากตำพยานไปแล้วหลายปาก และรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับผลตรวจสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) เพื่อยืนยันการเป็นมารดา บุตรที่ถูกกล่าวอ้าง เพื่อใช้ประกอบเป็นพยานหลักฐาน ในการดำเนินคดีกับ น.ส.ศศิธรฯ ผู้ที่เข้าแจ้งความนฐานความผิด” แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน “เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่ในส่วนของมารดาของเด็กอยู่ในระหว่างขั้นตอน การพิจารณาคัดแยกเหยื่อ กับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ พรบ.ค้ามนุษย์ฯ โดยหากพบว่ามีความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายขณะนี้รอผลการการตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรม เพื่อยืนยันการเป็นมารดาและบุตร รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป