ตำรวจนำตัวโจรอ้วน-ผอม ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 เม.ย.64 พ.ต.อ.สุรพล ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 และพ.ต.ท.ธนาวินท์ กาญจนวิภาส รองผกก.สน.มีนบุรี นำทีมฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี ควบคุมตัว นายปรัชญา ดิษฐจู อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ซอยหทัยราษฎร์ 25 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. และนายชานนท์ สรเพ็ชร อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ที่ 3 ต.หนองบัวบาน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลมีนบุรี ที่ จ.320-1/2564 ลงวันที่ 20 เม.ย.64 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธ โดยทั้งคู่ได้ร่วมกันก่อเหตุในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 17 เม.ย. สามารถกวาดเงินสดไปได้ 17,675 บาท บุหรี่ 22 ซอง ก่อนขับ จยย.หลบหนี
โดยจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพคือบริเวณร้านสะดวกซื้อเทสโก้โลตัส ตั้งอยู่ระหว่างซอยสามวา7-9 เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อที่จอดรถจักรยายนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จากนั้นทั้งคู่ได้เดินเข้าไปในร้านพร้อมด้วยอาวุธมีดและปืน เพื่อใช้ข่มขู่พนักงงานให้ช่วยเปิดเก๊ะเงินจำนวน2เก๊ะ กวาดเงินไปได้ 17,675 บาท หลังจากนั้นได้หันหลังไปหยิบบุหรี่ที่อยู่ในตู้ด้านหลังอีก22ซอง ก่อนจะรื้อค้น และออกจากร้านโดยใช้พนักงานเดินนำหน้าเพื่อบังกล้องวงจรปิดที่หน้าร้าน และเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ภายหลังจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง2ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีก3จุด โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุในการก่อเหตุ และระยะการวางแผาในการก่อเหตุ แต่ผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ก่อนจะเดินหลบขึ้นรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน พ.ต.อ.สุรพล ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพวันนี้วางไว้จำนวน4จุด จุดแรกคือจุดที่ผู้ต้องหาเข้ามาชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ จุดที่2 ห้างสรรพสินค้า ตรงข้ามแยกสวนสยาม ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหานำรถ จยย.ของกลางไปทิ้งไว้ก่อนหลบหนี และอีก2จุดคือเส้นทางก่อนก่อเหตุ และหลังก่อเหตุ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด
ภายหลังการถูกจับกุุมผู้ต้อหาให้การว่า เหตุผลที่เข้าก่อเหตุในร้านนี้เพราะไม่ค่อยมีคน และพนักงานเป็นผู้หญิง ประกอบกับทั้งคู่เป็นคนในย่านนี้จึงดูเส้นทางเป็นอย่างดี ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นการวางแผนมาก่อเหตุหรือไม่นั้น เพราะมีการขับรถอ้อมไป-มา ทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ ทั้งนี้ตนมองว่าน่าจะเป็นลักษณะของการก่อเหตุเลย เพราะลักษณะคล้ายกับตะเวนดูร้านที่เหมาะกับการก่อเหตุ ประกอบกับทั้งคู่เป็นคนในระแวกนี้จึงรู้เส้นทางหลบหนีที่ไร้เป็นอย่างดี ส่วนปืนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าได้โยนทิ้งจากการสอบปากคำภายหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้นำรถจักรยายนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่ ห้างสรรพสินค้า อยู่ตรงข้าม แยกสวนสยาม จากนั้นทั้งคู่ได้นั่งรถแท๊กซี่กลับที่พัก พร้อมโทรศัพท์ให้เพื่อนอีกคนไปเอารถจักรยานยนต์ออกมาจากอเวนิวส์ ภายหลังจากกลับบ้าน ซึ่งคนร้ายได้อ้างว่าในช่วงเช้าวันเดียวกัน คนร้ายได้ขับรถออกมาเพื่อนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุออกไปทิ้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังติดตามหาของกลางอยู่
ทั้งนี้อยากฝากเตือนร้านสะดวกซื้อที่ใช้ประตูอัตโนมัติ ในช่วงกลางคืนขอความกรุณาอย่างใช่ระบบอัตโนมัติ เพื่อป้องกันคนร้านที่แอบแฝงเข้ามาก่อเหตุในยามวิกาล
สำหรับทามไลท์ในการก่อเหตุของคนร้ายมีรายงานว่าหลังเกิดเหตุตำรวจไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี พบว่าทั้งคนขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปตามถนนคลองวามวา เข้าสู่ถนนคู้บอน ขี่รถจักรยานยนต์วนอยู่ภายในซอยนวลจันทร์สักพัก แล้วขี่รถย้อนกลับมายังถนนรามอินทรา ก่อนนำรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ห้างแห่งหนึ่งตรงข้ามแยกสวนสยาม ก่อนเรียกรถแท็กซี่เพื่อหลบหนีต่อ
ต่อมาช่วงเวลา02.27น. กล้องวงจรปิดบริเวณปากซอยหทัยราช 25 บันทึกภาพรถแท็กซี่ขับรถมาส่งคนร้ายที่หน้าปากซอย ก่อนที่คนร้ายจะลงจากรถ และเดินเข้ามาในซอยตามปกติ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระทั่งช่วงเช้ามืดนายปรัชญา(อ้วน)ได้ให้เพื่อนอีกคนขี่รถจักรยานยนต์มารับที่บ้านพัก แล้วออกไปเอารถคันก่อเหตุที่จอดทิ้งไว้ก่อนกลับมานำเอาหลักฐานเสื้อ หมวกและปืน ที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งและเข้าก็ไปทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น