สายไหมต้องรอด พร้อม ตำรวจสน.ดินแดง บุกช่วยเหลือสาวไปสมัครงาน สุดท้ายถูกลวงมาขัง
สายไหมต้องรอด พร้อม สน.ดินแดง บุกช่วยเหลือสาวไปสมัครงาน สุดท้ายถูกพามาขัง ส่งข้อความถึงแฟนให้มาช่วยได้ทัน
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 14 พ.ย.65 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากลูกเพจ ว่าน้าสะใภ้ถูกขังในบ้านหลังหนึ่ง ซอยตลาดศรีทองคำ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ จึงได้ประสาน พ.ต.ท.รัฐฉัตร์ อัศวเลิศหิรัญ รอง ผกก.สส.สน.ดินแดง , พ.ต.ท.นพโรจน์ พัชราจิระศักดิ์ สว.สส.สน.ดินแดง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายปราบปราม สน.ดินแดงเข้าให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวปลูกติดกันหลายคูหา โดยที่ชั้นล่างเป็นในส่วนของร้านรับเย็บผ้า เจ้าหน้าที่ได้พบกับนายพงษ์ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 50 ปี ( เสื้อโปโล ขาว ) เจ้าของบ้านที่พักอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว ขอเข้าตรวจสอบภายในบ้าน แต่ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด
เบื้องต้น นายพงษ์ (นามสมมุติ) อ้างว่า หญิงสาวคนดังกล่าว คือแฟนตนเองรู้จักกัน และ พูดคุยมานานกว่า 1 ปี ที่ผ่านมาตนให้เงินใช้ และ ซื้อกระเป๋าให้ อีกทั้งฝ่ายหญิงยังบอกว่าไม่มีครอบครัวแต่อย่างใด โดยวันนี้ได้มีการนัดพบเจอกันเพื่อจะพาหญิงสาวไปสมัครงานย่านปากเกร็ด แต่ในวันนี้สถานที่สมัครงานปิดบริการ จึงได้พามาส่งที่บ้าน ก่อนจะนั่งพูดคุยกันที่ชั้นล่าง จากนั้นหญิงสาวเริ่มมีท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เจ้าตัวจะให้ญาติเข้ามารับออกไป จนกระทั่งตำรวจเข้ามาที่บ้าน และ ทราบว่าหญิงสาวคนนี้ได้ขอความช่วยเหลือผ่านเพจเฟซบุ๊กแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบถามข้อมูลอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นลมหมดสติอยู่ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุไปประมาณ 500 เมตร จึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าให้การช่วยเหลือส่งรพ.ราชวิถี
ด้าน นายอุดมทรัพย์ แก้วทองคำ อายุ 51 ปี สามี น.ส.ศิริพร (ขอสงวนนามสกุล ) เปิดเผยว่า ตนคบหากับแฟนสาวมาประมาณ 1 ปี โดยก่อนหน้านี้เคยทำงานที่เดียวกัน โดยแฟนสาวเป็นแม่บ้าน แต่ต่อมาได้ลาออกไปดูแลพ่อที่ล้มป่วย และทำนาอยู่ที่ อำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กระทั่งปัจจุบันตั้งครรภ์อ่อนๆ และเริ่มหมดหน้าเกี่ยวข้าว จึงพยายามหางานทำ โดยได้หาผ่านลิงค์ในแอพลิเคชั่นไลน์ ระบุว่าเป็นงานดูแลผู้สูงอายุ จึงตัดสินใจสมัครหางานทำ ก่อนที่ในวันนี้จะเรียกแกร็บให้มารับออกจากบ้านย่านคลองสี่ จ.ปทุมธานี เพื่อไปสมัครงานที่ย่านปากเกร็ด แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่าโทรศัพท์ถูกตัดไป แต่ในเวลาต่อมากลับกลายเป็นว่ามาอยู่ที่บริเวณดินแดง ซึ่งผิดสังเกต จึงได้พยายามติดต่อกลับ จนแฟนสาวบอกว่า กลัว ตนจึงบอกให้รีบออกมาจากบ้าน แต่อีกฝ่ายก็ล็อคประตูเอาไว้ ทั้งฝ่ายหญิงยังบอกด้วยว่ามีอาการปวดหัว ก่อนที่สายจะตัดไป
นายอุดมทรัพย์ เผยอีกว่า ต่อมาจึงได้ให้แฟนสาวส่งคลิป และ พิกัดในการขอความช่วยเหลือมาให้ ซึ่งขณะนั้นตนทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ แต่ได้ส่งข้อมูลให้กับญาติที่อยู่แถวดินแดง จนได้รับการประสานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เพจสายไหมต้องรอด จนต่อมาแฟนสาวก็สามารถออกจากบ้านได้พร้อมกับญาติ แต่ก็มาเป็นลมหมดสติ คาดว่าอาจถูกวางยาจากชายคนที่พามากักขัง ซึ่งชายคนนี้ก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คาดว่าเป็นบุคคลที่จะไปพบตอนสมัครงานในวันนี้ อีกทั้งชายคนนี้ยังบอกกับญาติที่เข้าช่วยเหลือว่า มีความสัมพันธ์กับฝ่ายหญิงเป็นแฟนกันอีกด้วย
ด้านนายเอกภพ เปิดเผยว่า ทางเพจสายไหมต้องรอด ได้รับการประสานจากญาติของ น.ส.ศิริพร โดยเป็นมีศักดิ์เป็นน้าสะไภ้ของผู้แจ้ง ว่าวันนี้ น.ส.ศิริพร ที่เดินทางมาจาก จ.แม่ฮ่องสอน และ ตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน มาพักที่บ้านญาติย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้เรียกแกร็บเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปสมัครงานย่านปากเกร็ด โดยเป็นงานรับจ้างดูแลผู้สูงอายุ แต่ต่อมาได้ทราบว่าตัว น.ส.ศิริพร ได้ไปอยู่ที่ย่านดินแดง จึงรีบแจ้งไปยังแฟนของน้าสะไภ้ให้ทราบ และได้แจ้งเครือญาติในบริเวณใกล้เคียงให้ช่วยกันตามหา เพราะ น.ส.ศิริพร ได้ส่งคลิปวิดีโอขอความช่วยเหลือ พร้อมส่งพิกัดสถานที่ให้ญาติทราบ
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า เมื่อญาติได้ข้อมูลแล้วจึงรีบเดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว โดยพบว่าประตูถูกปิดล็อค เมื่อเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับจากคนในบ้าน ญาติจึงรีบแจ้งมาทางเพจสายไหมต้องรอด ซึ่งทางเพจได้ประสานกับตำรวจ สน.ดินแดง ให้ช่วยเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังทราบว่า ทางญาติได้ตะโกนเรียกอยู่สักระยะ ก่อนที่ น.ส.ศิริพรจะถูกปล่อยตัวออกมาในท่าทางหวาดกลัว และเครียดอย่างมาก ก่อนที่ญาติจะพาออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อไปพักที่บ้านญาติ แต่พอพาไปได้ไม่ไกล น.ส.ศิริพรก็เป็นลมหมดสติ จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาให้การช่วยเหลือ
นายเอกภพ เผยอีกว่า จากการพูดคุยกับนายพงษ์ ทราบว่า รู้จักกับ น.ส.ศิริพรมาสักระยะหนึ่ง ก่อนที่ในวันนี้จะพาหญิงสาวไปทำงานที่ปากเกร็ด แต่ปรากฎว่า บริษัทปิดทำการ จึงได้พามาที่บ้านของตนชั่วคราว แต่ฝ่ายหญิงไม่อยากอยู่ จึงได้ติดต่อให้ญาติเข้าช่วยเหลือ กระทั่งญาติไปตะโกนเรียกที่หน้าบ้านหลายครั้ง จนสุดท้ายก็ยอมปล่อยตัวออกมา เบื้องต้นตำรวจ สน.ดินแดงได้คุมตัวนายพงษ์ (นามสมมุติ) มาสอบปากคำที่โรงพัก พร้อมญาติผู้เสียหายแล้ว ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
น.ส.แพรทอง อิ่มสบาย หลานสาวนายอุดม ระบุว่า น้าสะใภ้มาจากจ.แม่ฮ่องสอน พักอยู่กับตนได้ 3 วัน ได้หางานดูแลผู้สูงอายุผ่านเฟสบุ๊ก กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ได้นัดหมายนัดกับนายจ้าง ย่าน อ.ปากเกร็ด โดยเรียกแกร็ปให้ไปส่ง เมื่อไปถึงนายจ้างได้พาขึ้นรถส่วนตัวเพื่อไปยังบริษัทเซ็นสัญญาจ้าง แต่ระหว่างทางอ้างว่าบริษัทปิดแล้วส่งพามาบ้านที่เกิดเหตุแทน ซึ่งระหว่างนั้นน้าสะใภ้ได้ติดต่อโทรศัพท์บอกกับญาติเป็นระยะๆ ให้รับรู้ว่าตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถติดต่อได้หลังจากถึงบ้านที่ดินแดงแล้ว โดยถามภายหลังทราบว่านายจ้างได้ล๊อคประตูหน้าบ้านแล้วบอกว่า 1 ทุ่ม จะพาไปส่งที่เดิมแล้วพยายามทำอนาจารหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งระหว่างนั้นผู้เสียหายได้ฉวยโอกาส ส่งโลเคชั่นให้แล้วบอกว่าช่วยด้วยโดนหลอกมาที่นี้ ตนจึงประสานพี่เอก เพจสายไหมต้องรอด ขอให้ช่วยเหลือ ตอนนั้นน้่สะใภ้ได้อ้างว่าจะต้องไปรับน้องที่หมอชิต แล้วฉวยโอกาสวิ่งออกมา ก่อนจะมาเป็นลมล้ม ตอนนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเพราะไม่รู้ว่าไปทำแบบนี้กับใครมาแล้วบ้างหรือไม่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำทั้งสองฝ่าย