ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ หลอกลวงคนไทย บังคับทำงานประเทศกัมพูชา”
จากกรณีเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2564 ผู้เสียหายพร้อมพวกรวม 4 คน ได้ร้องขอความช่วยเหลือมายังศูนย์ ศพดส.ตร. แจ้งว่าตนกับพวกถูกหลอกลวงไปบังคับทำงานที่ประเทศกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการรวบรวมพยานหลักฐานและมอบให้ สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับคำร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย ซึ่งมีพฤติการณ์ คือ หลอกชักชวนคนไทยไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาโดยอ้างว่าจะได้ค่าตอบแทนที่สูง แต่เมื่อไปถึงไม่ได้ทำงานตามที่แจ้ง โดยถูกกักขังไว้และถูกสั่งให้ทำงานตามคำสั่งของนายจ้าง ซึ่งกลุ่มคนร้ายจะแบ่งหน้าที่กันทำ ตามที่ข่าวเสนอไปแล้ว
วันที่ 15 พ.ย.64ที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯได้ประสานการปฏิบัติกับ พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท. ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท. ภาคภูมิ ภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปูพรหมปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 5 จุดตรวจค้น ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว
ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย(สงวนชื่อนามสกุล) และตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีขาว จำนวน 1 คัน ,รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการพาผู้เสียหายไปส่งเขตชายแดนจำนวน 2 คัน,โทรศัพท์ 1 เครื่อง,สมุดบัญชี จำนวน 6 รายการ,บัตร ATM จำนวน 5 ใบ,รายงานประจำวัน 1 รายการ,รายการเดินบัญชีออมทรัพย์ 1 รายการ,ใบบักทึกรายการคู่ฝาก 1 รายการ
,ไฟฉาย 1 กระบอก ,ขวดน้ำ 3 ขวด,DNA ผู้ต้องหา 1 กล่อง
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา "มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันค้ามนุษย์, ร่วมกันหางานให้คนทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน"
ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง
ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย(สงวนชื่อนามสกุล) และตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีขาว จำนวน 1 คัน ,รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการพาผู้เสียหายไปส่งเขตชายแดนจำนวน 2 คัน,โทรศัพท์ 1 เครื่อง,สมุดบัญชี จำนวน 6 รายการ,บัตร ATM จำนวน 5 ใบ,รายงานประจำวัน 1 รายการ,รายการเดินบัญชีออมทรัพย์ 1 รายการ,ใบบักทึกรายการคู่ฝาก 1 รายการ
,ไฟฉาย 1 กระบอก ,ขวดน้ำ 3 ขวด,DNA ผู้ต้องหา 1 กล่อง
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา "มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันค้ามนุษย์, ร่วมกันหางานให้คนทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน"
ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง