ดื่มแล้วขับยังแชมป์! วันที่2อุบัติเหตุปีใหม่ดับแล้ว117
วันที่ 31 ธ.ค.ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ.2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในฐานะประธาน แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ. 2564 ว่า ศปถ.ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30ธ.ค.ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ขับขี่ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ” พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 586 ครั้ง ผู้เสียชีวิต74ราย ผู้บาดเจ็บ576คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ33.96 ขับรถเร็ว ร้อยละ33.45 ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่รถจักรยานยนต์ร้อยละ 82.03 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 66.38 ถนนกรมทางหลวงร้อยละ 40.61 ถนนใน อบต./หมู่บ้านร้อยละ33.45ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ช่วงเวลา16.01–20.00น.ร้อยละ27.99ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ50ปีขึ้นไปร้อยละ29.38ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก1,927จุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน61,710คนเรียกตรวจยานพาหนะ351,923คันมีผู้ถูกดำเนินคดีรวม62,598รายมีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย19,102รายไม่มีใบขับขี่16,135ราย
ปลัดกระทรวงศึกษากล่าวต่อว่าโดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.นครราชสีมา 26ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ จ.นครราชสีมา5ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมาจำนวน32คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง2วันของการรณรงค์ (29 - 30ธ.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม1,000ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม117ราย ผู้บาดเจ็บรวม1,014คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต(ตายเป็นศูนย์) มี26จังหวัด ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 36ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.นครราชสีมา6รายส่วนจั งหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่จ.เชียงใหม่41คน
"ในวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงที่หมายแล้วและเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายพื้นที่งดจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่มีการรวมตัวของกลุ่มคนเป็นจำนวนมากเนื่องจากการแพร่ระบาดของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด–19)จึงคาดว่าประชาชนจะจัดงานสังสรรค์กับครอบครัวและญาติมิตรภายในครอบครัวและเขตหมู่บ้าน ซึ่งอาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มแล้วขับในเส้นทางสายรองถนนใน อบต.และหมู่บ้านศปถ.ได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในเส้นทางดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยเน้นปฏิบัติการลดปัจจัยเสี่ยงหลักของการบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเฉพาะขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดดื่มแล้วขับและไม่สวมหมวกนิรภัย รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นจัดตั้งจุดตรวจของด่านชุมชนในเส้นทางสายรองเส้นทางเข้าออกชุมชนและหมู่บ้าน เพื่อป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนพร้อมคุมเข้มกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้สวมหมวกนิรภัยและไม่ขับขี่ด้วยความคึกคะนองเพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่" นายสุภัทร กล่าว