ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์คดีทุจริตสอบท้องถิ่น 108 รายการ กว่า 320 ล้าน
ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์คดีทุจริตสอบท้องถิ่น 108 รายการ กว่า 320 ล้าน
ปปง.ขยายผลคดีทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่นปี 2568 พบทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สั่งยึดและอายัดรวม 108 รายการ มูลค่ากว่า 320 ล้านบาท
วันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รายงานความคืบหน้าการดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกรณีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 108 รายการ มูลค่ากว่า 320 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงาน ปปง. ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้เกี่ยวข้องกระทำความผิด พร้อมให้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
สำนักงาน ปปง. จึงบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการสืบสวนขยายผลกรณีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวก ดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมีพฤติการณ์ตามข้อมูลการสืบสวนว่า มีการแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่เชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
ดังนั้น เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. จึงใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในกรณีดังกล่าว จำนวน 98 รายการ ตามคำสั่ง ย.190-191/2569 รวมมูลค่าประมาณ 315 ล้านบาท ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดดังกล่าว ประกอบด้วย ที่ดิน เงินในบัญชีซื้อขายทองคำและสิทธิเรียกร้องในทองคำ บัญชีเงินฝากธนาคาร หลักทรัพย์ และเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นต้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจกองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดเพชรบูรณ์ พบทรัพย์สินเพิ่มเติม ได้แก่ เงินสดจำนวน 4,530,000 บาท และสินค้าแบรนด์เนม
เลขาธิการ ปปง. จึงใช้อำนาจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 10 รายการ ตามคำสั่ง ย.192/2569 ส่งผลให้การดำเนินการในกรณีดังกล่าวมีทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดรวม 108 รายการ มูลค่ากว่า 320 ล้านบาท
สำนักงาน ปปง. ระบุว่า ยังคงมุ่งมั่นดำเนินมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างต่อเนื่อง หากปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบุคคลใด จะดำเนินการกับทรัพย์สินนั้นตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป