กองปราบรวบอดีตพนักงานบัญชี บ.ผลิตผ้าม่านดัง ลักเงิน 44 ครั้ง หนีคดี 9 ปี

อาชญากรรม28 ก.ย. 2562 • 11:14 น.
กองปราบรวบอดีตพนักงานบัญชี บ.ผลิตผ้าม่านดัง ลักเงิน 44 ครั้ง หนีคดี 9 ปี
เมื่อวันที่ 28 ก.ย.62 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคาปัน พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รอง ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ต.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ป. ได้จับกุมตัวน.ส.พิมพ์พร แก้วดา อายุ 38 ปี ตาม หมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 212/2555 ลง 27 กุมภาพันธ์ 2555 ในข้อหา “ลักทรัพย์นายจ้าง” ได้ที่หน้าห้องเช่า ม.1 ถ.บ้านฉะบัง ต.คลองนิยมยาตรา อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.53 ผู้เสียหายซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทผลิตผ้าม่านแห่งหนึ่งได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ว่าได้ถูกน.ส.พิมพ์พร ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานบัญชีของบริษัท ขโมยเงินของบริษัทไปหลายครั้ง เป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ทั้งหมดประมาณ 44 ครั้ง มูลค่าความเสียหายประมาณ 4 แสนบาท ในครั้งนั้น น.ส.พิมพ์พร ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ และได้ขอประกันตัวออกไป แต่ได้ตัดสินใจหลบหนี เนื่องจาก น.ส.พิมพ์พร พิจารณาแล้วว่าตนเองจะต้องติดคุกนานอย่างแน่นอน หากถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย น.ส.พิมพ์พร จึงหลบหนีไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนจึงได้ขออนุญาตศาลอาญาธนบุรี เพื่อออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ได้ทำการสืบสวนพบว่า น.ส.พิมพ์พร ได้หลบหนีหมายจับมาหลบซ่อนอยู่ที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จึงได้เข้าจับกุมตัวดังกล่าวจากการสอบถาม น.ส.พิมพ์พร ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่เนื่องจากช่วงเวลานั้น ตนมีปัญหาต้องใช้เงินและคิดว่าจะสามารถนำเงินมาคืนเข้าบัญชีของบริษัทในภายหลัง แต่มาถูกผู้บริหารจับได้เสียก่อน แต่อย่างไรก็ตาม น.ส.พิมพ์พร ให้การภาคเสธว่า จำนวน 44 ครั้ง ที่เงินของบริษัทฯหายไปนั้น มีบางจำนวนได้หายไปก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาทางานที่บริษัทแห่งนี้ กองบังคับการปราบปราม จึงขอเตือนภัยผู้ประกอบการ ว่าให้หมั่นตรวจสอบการทางานของ ลูกจ้าง มิฉะนั้น หากเกิดเหตุการณ์ตามกรณีดังกล่าว อาจเสียหายมูลค่าอาจมากกว่านี้เป็นได้ เพราะสุดท้ายลูกจ้างก็อาจจะไม่มีความสามารถในการหาเงินมาชดใช้ได้ และอาจทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียเวลาในการดำเนินคดี ทั้งในชั้นสอบสวน และชั้นศาล ซึ่งจะต้องกินระยะเวลานาน