สุรเชษฐ์การันตีไม่มีมวยล้ม
"ชูวิทย์"มอบเส้นทางการเงิน"ตู้ห่าว" ยันแม่นยำ 100% "บิ๊กโจ๊ก" ยอมรับ"โทนี่" 1ใน5 เครือข่ายทุนจีนเทา ได้รับประกันตัว เนื่องจากข้อหาลหุโทษ ลั่นไม่มีมวยล้ม พร้อมเร่งขยายผลยึดทรัพย์เครือข่าย"ตู้ห่าว" เตรียมออกหมายเรียก 2 นอมินี เผยจับชาวจีนเครือข่ายได้แล้ว 102 ราย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.65 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้นำเอกสาร พยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีตู้ห่าว นายทุนจีนสีเทา เจ้าของผับจินหลิง ที่เปิดให้ชาวจีนเข้ามาเที่ยว และเสพยาเสพติด มอบให้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ดำเนินคดี กับนายทุนจีน นอมินี และผู้ที่เกี่ยวข้อง
โดย นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า พยานหลักฐานที่นำมามอบให้วันนี้ที่มีความสำคัญที่สุด เป็นเส้นทางทางการเงิน ของในตู้ห่าวที่แม่นยำชัดเจน 100% สามารถบ่งชี้ว่านายตู้ห่าวมีความสัมพันธ์กับบุคคลใดบ้าง นอกจากนี้ยังขอให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ตรวจสอบข้อมูลกับสถานทูตจีนว่าตู้ห่าวยังมีการถือสัญชาติจีนอยู่หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายในประเทศจีน หากมีคนจีนกระทำความผิดต่างประเทศ และยังถือสัญชาติจีนอยู่จะต้องถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในประเทศจีน ยืนยันว่าที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลไม่มีประโยชน์อะไรแอบแฝง เพียงแค่ต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีคนจีนอย่างถึงที่สุด
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การตรวจค้นเครื่องบินของ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ว่าพบพยานหลักฐานซึ่งจะส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันผลเพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีให้ศาลพิจารณาต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดอายัดทรัพย์สินของนายตู้ห่าวคนเดียวกว่า 5,000 ล้านบาท ไม่รวมเครือข่ายอื่นๆ เช่น น.ส.พัชรินทร์และนายหลิน หลง ซึ่งตำรวจจะออกหมายเรียกให้มาชี้แจงที่มาของทรัพย์ต่อไป ซึ่งทั้งคู่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังต้องขยายผลตามเส้นทางการเงินจากข้อมูลที่ว่ายังมีเงินสดอยู่อีกจำนวนมากที่ต้องตามอายัดให้ได้
ส่วนบุคคลที่เป็นนอมินีต้องมีการดำเนินคดีนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่คนเหล่านี้เป็นคนจีนที่มีการสวมบัตรประชาชนคนไทย โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ การสืบสวนและสอบสวนดำเนินไปมากกว่า 90% สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนเครือข่ายได้แล้ว 102 ราย รวมถึงผู้ต้องหารายใหญ่ 5 ราย ยกเว้นนายหมิงที่อยู่ระหว่างการหลบหนีไปต่างประเทศ ขณะนี้ออกหมายจับสากลแล้วคาดว่าภายใน 3 สัปดาห์ จะแล้วเสร็จ แต่ยังไม่สามารถส่งสำนวนไปให้อัยการได้
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากดำเนินการเรื่องนายตู้ห่าวเรียบร้อยแล้วจะดำเนินการเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. ตำรวจ สน.ลาดพร้าว และตำรวจ สน.ยานนาวา ซึ่งจะต้องนำมาดำเนินคดีทั้งหมด เพราะเป็นด่านหน้าในการเปิดช่องทางให้คนจีนเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายมองว่าตำรวจทำตามข้อมูลนายชูวิทย์จริงหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่ได้ทำตามใบสั่งใครและถือว่าเป็นเรื่องดีที่ออกมาเปิดเผย ซึ่งมีข้อมูลจากประชาชนเข้ามามากมาย ขณะนี้สังคมอาจตั้งคำถามว่าทำไมนายโทนี่ (นายเฉิน เจ้าฮุ้ย) เจ้าของร้าน ผับสเปซพลัสคลับ แบงคอก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ โดยคนต่างด้าวนั้นมิได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ได้รับประกันตัวว่าเพราะความผิดฐานดังกล่าวเป็นอัตราโทษไม่สูง ผู้ต้องหาสามารถยื่นขอประกันตัวได้ ทางทนายโทนี่ ยื่นขอประกันตัวทุกอย่างเป็นไปตามสิทธิ์ตามหลักสากล
เมื่อถามว่า ที่ระบุกลุ่มทุนจีนมีทั้งอำนาจและเงิน จะไม่เกิดมวยล้มใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า" ไม่มีๆถ้าผมทำ ไม่มีมวยล้มแน่ ถ้าเราไม่มีผลประโยชน์ เราตัดสินใจง่าย เรื่องนี้ผมทำสบายใจมาก เพราะทำอย่างตรงไปตรงมา แต่อาจจะเหนื่อย เพราะเอกสารเยอะ เนื้อหาเยอะเราก็ต้องกรองให้ดีจะออกหมายจับหมายค้นก็ต้องอธิบายศาล แม้เป็นคดีที่ต้องใช้คนเยอะ แต่เราเป็นตำรวจก็ต้องทำ เมื่อไม่มีผลประโยชน์มันตัดใจง่าย รับเรื่องนี้ไม่มีมวยล้ม
รายงานข่าวแจ้ง ว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 8 พร้อมด้วย ตำรวจภูธรตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ ปปส. เข้าตรวจสอบทรัพย์สินเครือข่ายนายทุนจีนสีเทา กลุ่มตู้ห่าว ในพื้นที่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งหมด 5 จุด
โดยจุดแรก ได้เข้าตรวจค้นที่ร้านขายจิวเวอรี่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเหมืองเจ้าฟ้า ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นศูนย์จำหน่ายจิวเวลรี่ ขนาดใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่บริเวณหน้าร้าน พบ รปภ. 2 คน ทำหน้าที่ดูแลร้าน ซึ่งร้านดังกล่าวได้ปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงที่โควิด-19 ระบาดจนถึงขณะนี้
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายค้น และเข้าตรวจสอบภายในร้าน ปรากฎว่าภายในร้านมีเครื่องประดับเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นของที่ไว้โชว์ให้นักท่องเที่ยวดู ส่วนจิวเวลรี่ที่มีราคานั้น ทางเจ้าของได้ขนย้ายออกไปทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีรถยนต์อีก 4-5 คัน แต่ไม่สามารถสตาร์จเครื่องยนต์ได้เนื่องจากจอดทิ้งไว้นานเป็นปี เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไปตรวจสอบต่อไป
จุดที่ 2 ศูนย์จำหน่ายสินค้าและเครื่องหนัง อยู่ด้านหลังห้างสรรพสินค้าดัง ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จุดที่ 3 เป็นสถานที่โชว์งู และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชูกำลัง มีงูนานาพันธุ์ถูกเลี้ยงไว้ในตู้โชว์ จุดที่ 4 ร้านจำหน่ายที่นอนยางพารา มีเพียงเตียงและที่นอนสำหรับโชว์ และ5. ที่จำหน่ายรังนก โดยทุกร้านได้ปิดกิจการไปตั้งแต่ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อำวรัสโควิด -19 มีเพียง รปภ.ดูแลจุดละ 1-2 คน เท่านั้น ภายในร้านแทบจะไม่มีทรัพย์สินและสินค้าเหลืออยู่ มีเพียงสินค้าที่โชว์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดทรัพย์สินและสินค้าไปตรวจสอบ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่าย นายทุนจีนสีเทา กลุ่มตู้ห่าวหรือไม่