โจ๊กบุกคุกเค้นสอบแอมไซยาไนด์ซ้ำ
บิ๊กโจ๊กบุกทัณฑสถานหญิงกลาง ลุยเค้นข้อมูล แอม ไซยาไนด์ ก่อเหตุอำมหิตวางยาเหยื่อเสียชีวิต 14 ราย รอดตาย 1 ราย คาดสัปดาห์หน้าสรุปสำนวนส่งอัยการพิจารณาได้ แย้มจ่อออกหมายจับเพิ่มคนใกล้ชิด ยันหลักฐานมัดแน่น อดีตสามี ร่วมเอี่ยวก่อเหตุ
ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีที่ นางสาวสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 36 ปี ก่อเหตุอำมหิตวางยาสารไซยาไนด์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย รอดตาย 1 ราย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ค.66 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ในเวลา 15.00 น. ตนจะเข้าไปสอบปากคำนางสาวสรารัตน์เพิ่มเติมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เป็นครั้งที่ 4 ในประเด็นคำรับสารภาพที่เคยรับสารภาพในข้อเท็จจริงบางส่วน ก่อนที่สัปดาห์หน้าจะเริ่มวางไทม์ไลน์การสรุปสำนวนคดีดังกล่าวส่งให้กับพนักงานอัยการพิจารณา นอกจากนี้พนักงานสอบสวน ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเสนอศาลออกหมายจับคนใกล้ชิดของนางสาวสรารัตน์เพิ่มเติมอีก ส่วนจะเป็นใครนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี อดีตสามีของนางสาวสรารัตน์ หลังมีส่วนเกี่ยวข้องการวางยา นางสาวศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ฐานช่วยเหลือและซ่อนเร้นพยาน โดยก่อนหน้าถูกแจ้งไปแล้ว 3 ข้อหา ซึ่งเป็นคดีในพื้นที่ สภ.บ้านโป่ง เบื้องต้นพ.ต.ท.วิฑูรย์ยังให้การปฏิเสธ และไม่หนักใจ เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่พนักงานสอบสวนยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเอาผิดได้แน่นอน
สำหรับการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนางสาวสรารัตน์จำนวน 78 ล้านบาท ได้รับข้อมูลมาจากธนาคารทั้ง 180 บัญชีแล้ว พบว่าเป็นเงินที่เข้าออกไปที่เว็บไซต์พนันออนไลน์ และเงินเข้าไปที่บัญชีม้าทั้งหมด โดยพบว่านางสาวสรารัตน์เล่นพนันออนไลน์เป็นกลุ่ม ได้เสียมากสุดวันละ 1 ล้านบาท จึงเชื่อว่ามีความต้องการใช้เงิน เนื่องจากติดหนี้พนันออนไลน์ และมีเงินของผู้เสียชีวิตบางคนถูกโอนเข้ามาที่บัญชีของนางสาวสรารัตน์