"จักรทิพย์"สั่งล่าคนร้ายชิงทรัพย์นาฬิกาหรู "ริชาร์ด มิลล์" กลางกรุง
วันที่ 26 เม.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ นาฬิกายี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) จากนายณเสฏฐ์ ทวีพสิษฐ์กุล ผู้เสียหาย ในโรงแรมย่านสุทธิสาร เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่าก่อนเกิดเหตุนาย ณเสฏฐ์ ทวีพสิษฐ์กุล ผู้เสียหาย ได้ประกาศขายนาฬิกายี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) รุ่น RM 011-03TI ผ่านทางเฟสบุ๊คและเพจกลุ่มซื้อขายนาฬิกาประมาณ 10 กลุ่ม ต่อมาผู้ต้องหา ได้ทักมาติดต่อขอดูสินค้า และนัดหมายมาดูสินค้ากันที่บริเวณโรงแรม เดอะ ควาเทอร์ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.62 เวลาประมาณ 01.40 น. ต่อมาตามวันเวลานัดหมายผู้เสียหายได้นำนาฬิกามาให้ผู้ต้องหาดูบริเวณล็อบบี้โรงแรม คนร้าย ใช้เวลาตรวจสอบสินค้าประมาณ 5 นาที จากนั้นคนร้ายถือนาฬิกาและชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่และถือนาฬิกาวิ่งหลบหนีไปทางซอยลาดพร้าว 4 นายณเสฏฐ์ ผู้เสียหายจึงได้วิ่งติดตามไป ขณะที่คนร้ายวิ่งไปถึงบริเวณที่รถจักรยานยนต์ไว้ริมฟุตบาทริมถนนลาดพร้าวและใช้อาวุธปืนยิงนายณเสฏฐ์ 3 นัด แต่ยิงไม่ถูกผู้เสียหาย จากนั้นคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บวัตถุพยาน ลายนิ้วมือแฝง ที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด รูปพรรณคนร้ายไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายได้ใช้หลบหนี โดยทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายเป็น นาฬิกา ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) รุ่น RM 011-03TI มูลค่าประมาณ 5,280,000 บาท (ห้าล้านสองแสนแปดหมื่นบาท) คนร้าย มีตำหนิรูปพรรณ เป็นชายไทย อายุประมาณ 30 ปี รูปร่าง สูงโปร่ง สูงประมาณ 175-180 ซม. ผิวขาว สวมกางเกงยีนส์ ยี่ห้อ นู้ดดี้ ขายาว เสื้อเชิ้ตยีนส์สีฟ้า สวมหวกก๊ปยี่ห้อกุซชี่ รองเท้าผ้าใบยี่ห้อ FRED PERRY ใช้ยานพาหนะเป็น รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีแดง – ดำ และ อาวุธปืนออโตเมติก ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ในการก่อเหตุ และในเบื้องต้นคนร้ายกระทำความผิดฐาน “ชิงทรัพย์ โดยใช้อาวุธปืน หรือโดยใช้ยานพานพานะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป”
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนสอบสวน คลี่คลายคดีและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากคนร้ายมีพฤติการณ์ที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ใช้อาวุธปืนก่อเหตุเพื่อหลบหนีการกระทำความผิดและขอเตือนไปยังประชาชนที่ทำธุระกรรมติดต่อซื้อขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง ควรเพิ่มความระมัดระวังและสร้างกรอบความปลอดภัยในพื้นที่การทำธุระกรรมซื้อขายสินค้าให้มากขึ้น พร้อมกำชับ กองบัญชาการทุกภาคส่วนเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม โดยการเพิ่มความเข้มงวด วงรอบความถี่ ในการออกตรวจ ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด การตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย โดยเน้นการตรวจค้น จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อลดอาชญากรรมและป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะ ธนาคาร ร้านทอง และห้างสะดวกซื้อ