สน.วังทองหลางลงพื้นที่ชุมชนยั่งยืนลุยแก้ไขปัญหายาเสพติดครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

อาชญากรรม5 ส.ค. 2566 • 13:26 น.
สน.วังทองหลางลงพื้นที่ชุมชนยั่งยืนลุยแก้ไขปัญหายาเสพติดครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ

วันหยุดสุดสัปดาห์...ยาเสพติดเป็นภัยต่อชีวิตเป็นพิษต่อสังคม สนวังทองหลาง เดินหน้าแก้ไขปัญหาสังคมชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ สังคมเมืองธุรกิจย่านทาวน์อินทาวน์ รามคำแหง มีชุมชน 19 ชุมชน 1 ในนั้นคือ “ ชุมชนเทพลีลา “ เป็นชุมชนที่ชาวบ้านตั้งฉายาว่า "คลองเตย 2"ท่ามกลางสังคมเมืองที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่ตรวจพบผู้ใช้สารเสพติด 25 คน เป็นชาย 17 คนหญิง 8 คน
"อยู่ ให้มีศักดิ์ศรี ดี ให้มีคุณค่า บ้า ให้มีเหตุผล ทน ให้มีเป้าหมาย และตายให้มีคนจดจำ. “ปัญหาการติดยาเสพติดเป็นปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งอาจส่งผลเกี่ยวเนื่องกับสภาพปัญหาอื่น ๆ หลายด้าน เช่น ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ซึ่งเป็นทั้งปัจจัย สาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนั้น การบำบัดรักษาและการช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด ย่อมต้องพิจารณาในหลายมิติแบบองค์รวม หาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อการแก้ไขปัญหาได้รอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติด้านสังคม”
สำนักงานตำรวจได้รับการสนับสนุนงบประมาณปีงบประมาณ 2566 สำหรับดำเนินการโครงการฯ  จากรัฐบาล จำนวน 72,818,000 บาท ให้สถานีตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 1,483 สน./สภ. ดำเนินการในห้วง 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.66)  และเมื่อเดือน ก.พ.- มี.ค.66 ที่ผ่านมา ได้จัดการอบรมวิทยากรต้นแบบ ครู ก. และ ครู ข ขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมเป็นวิทยากรต้นแบบชุดปฏิบัติการชุมชนยั่งยืน ทั่วประเทศ โดยผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย หัวหน้าสถานี หัวหน้าชุดปฏิบัติการชุมชนยั่งยืน ผู้แทนฝ่ายปกครอง ผู้แทนสาธารณสุข และผู้นำชุมชน เสร็จสิ้นไปแล้ว สามารถผลิตวิทยากรต้นแบบ (ครู ก.) เพื่อลงไปให้ความรู้และช่วยสร้างชุมชนเข้มแข็งได้ จำนวน 3,451 คน ภายหลังการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าผู้เสพยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดขาดภูมิคุ้มกันทางใจ ขาดความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ
ส่วนหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกชุมชนที่จะต้องลงมาแก้ไขปัญหายาเสพติด จะใช้ข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ส.เป็นหลัก ซึ่งปีนี้ชุมชนวัดเทพลีลา ได้เปิดโครงการชุมชนยั่งยืนแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (kick off) พื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด พร้อมกันทั่วประเทศ 1,483 ชุมชน เพื่อความแข็มแข็งของชาวบ้าน และความร่วมมือเป็น เสาเอกของโครงการ และเป็นตัวขับเคลื่อนโครงการคืออำเภอ และเสาหลักที่จะค้ำเสาเอกคือตำรวจ สาธารณสุข ผู้นำท้องถิ่น ถ้า 1 เสาเอก 4 เสาหลักทำงานประสานกันด้วยดีก็จะทำให้โครงการนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี ต้องบอกว่าบ่อเกิดของอาชญากรรมกว่า 80% มาจากยาเสพติดซึ่งอาจจะเป็นผู้เสพ หรือผู้ค้า ถ้าเอาผู้เสพมาบำบัด ผู้ค้าก็จะไม่มีที่ยืนอาชญากรรมในพื้นที่ก็จะลดไปโดยปริยาย เมื่ออาชญากรรมลดความสงบสุขก็จะเกิดขึ้นชุมชนก็จะปลอดภัยชาวบ้านก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ​​​​​​​
โครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ เป็นนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องการสร้างชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก รวมทั้งการสร้างการรับรู้และเข้าใจปัญหาพิษภัยที่เกิดขึ้นจากยาเสพติดที่มีผลกระทบต่อตนเอง ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันถือว่า ผู้เสพยาเสพติด คือ ผู้ป่วย เป็นโรคสมองติดยาและเป็นภัยต่อสุขภาพที่สำคัญส่งผลกระทบถึงความมั่นคงของประเทศ โดยแนวทางการช่วยเหลือบำบัดรักษาทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลถึงการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ​​​​​​​
ส่วน สน.วังทองหลาง โดย พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง  ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 15.3 ตร.กม. ในย่านธุรกิจทาวน์อินทาวน์ รามคำแหง มีชุมชน 19 ชุมชน ซึ่ง 1 ในนั้นคือ “ ชุมชนเทพลีลา “ ชุมชนที่ชาวบ้านตั้งฉายาว่า "คลองเตย 2" เป็นชุมชนท่ามกลางสังคมเมือง ที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นจำนวนมากมาเป็นเวลานาน   ชุมชนเทพลีลา ตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีเนื้อที่ 12 ไร่ อยู่บริเวณริมคลองแสนแสบ มีประชากรอาศัยอยู่จริง 482 คน 117 ครัวเรือน โดยประชากรอายุ 12-65 ปี มี 378 คน (ชาย 230 คน หญิง 252 คน) ​​​​​​​
 จากการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (CBTx) มีผู้ผ่านการบำบัด(ได้รับหนังสือรับรองผ่านบำบัดจากคลินิกก้าวหน้า) จำนวน 23 คน และอีก 2 คน ส่งต่อไปที่ค่ายทหารอากาศ 1 คน และบ้านพิชิตใจ 1 คน เพื่อรอปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วค่อยกลับคืนสู่สังคม
ทั้งนี้ได้ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการบำบัดมีงานทำ โดยมี 19 คนสามารถประกอบอาชีพได้แล้วและได้เสนอของบประมาณจากสำนักเขตวังทองหลางให้ 4 คน ได้รับ “ ทุนประกอบอาชีพ” ให้คนละ 5,000 บาท อีกทั้งประสานงานให้ชุมชนเทพลีลา เสนอของบประมาณจาก กทม. จำนวน 200,000 บาท เสนอโครงการชุมชนเข้มแข็งพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาศักยาภาพการฝึกซ้อมกลองยาว และซื้ออุปกรณ์สำหรับฝึกอาชีพ ซึ่งในชมรมฯ มีการให้ลูกหลานของผู้ที่ผ่านการบำบัดเข้าร่วมชมรมฝึกซ้อมกลองยาว นำผู้ผ่านการบำบัดเข้าฝึกอาชีพกับชุมชน และสร้างบทบาทให้เยาวชน (จัดอบรมเยาวชนห่างไกลยาเสพติด นำผู้ผ่านการบำบัดมาเป็นวิทยาทาน ให้เยาวชนทราบถึงอันตรายจากยาเสพติด) ​​​​​​​ ถือว่าเป็นการส่งต่อความยั่งยืนของการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ....ทำงานหน้าตามหน้าที่ต้องอดทนเพราะ"ค่าของคน  อยู่ที่ผลงาน"  หวัดดี