"ฉลามจ๋อ"ร่วมกับ ชุด PCT ตร .จับแก็งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนขณะหอบอุปกรณ์เข้ามาทางธรรมชาติ หวังตั้งฐานในไทย”

อาชญากรรม26 ธ.ค. 2564 • 03:52 น.
"ฉลามจ๋อ"ร่วมกับ ชุด PCT ตร .จับแก็งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนขณะหอบอุปกรณ์เข้ามาทางธรรมชาติ หวังตั้งฐานในไทย”
จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัยจำนวน 2 แห่งในประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นจุดที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทยใช้เป็นแหล่งกบดาน และกระทำความผิดหลอกลวงคนไทยให้โอนเงินด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนหลายร้อยล้านบาท ผลการเข้าตรวจค้นพบกลุ่มชาวไทยกำลังใช้อุปกรณ์คอลเซ็นเตอร์ ติดต่อสื่อสาร จึงเข้าควบคุมตัวคนไทยไว้ทั้งหมดจำนวน 39 คน , คนจีน 5 คน ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศกัมพูชาดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งต่อมา ศปอส.ตร. (PCT) ได้ทำการสืบสวนขยายผลจากการจับกุมดังกล่าวจนทราบว่า จะมีการเคลื่อนย้ายคนจีนบางส่วนหลบหนีเข้ามาเพื่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในประเทศไทย ผ่านช่องทางจังหวัดสระแก้วตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น ต่อมาวันที่ 25 ธ.ค. 64 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ. ศปอส.ตร. (PCT) จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ  แสงสว่างผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.อิทธิพร  โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 5 ศอ.ปส.ตร. (PCT) บูรณาการกำลังดำเนินการสืบสวนตามแนวพรมแดนเขตพื้นที่ภาคตะวันออกให้เข้มงวด จนกระทั่งเวลา 13.00 น.พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 5 ศอ.ปส.ตร. (PCT) , พ.ต.อ.สหัส  ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์  ประชาชัยศรี ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 , พ.ต.ต.มาโนชย์ ทองแก้ว สว.กก.3 บก.สส.ภ.2 , ร.ต.อ.นิธิศ ไกรราช , ร.ต.อ.เชาว์ลิตร ทับทิมเทพ  รอง สว.กก.3 บก.ส.ภ.2 , ด.ต.ปัญญา บุญเทียน, ด.ต.ณัฐ สอนตระกูล , ด.ต.อภิชัย  โกจันทึก , ด.ต.พงศธร ดาวไธสง  ผบ.หมู่ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ร่วมกับ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดปฏิบัติการที่ 5 สืบทราบว่าจะมีการลักลอบเข้ามาที่ประเทศไทยบริเวณริมถนนคลองไก่เถื่อนทับทิมสยาม 05 หมูที่ 1 ต.คลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด  จ.สระแก้ว จึงได้บูรณากากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง พ.ต.ท.จิรเดช พุฒินาทพัฒน์ รองผกก.ตม. สระแก้ว,พ.ต.ต.ธณพ ธารีไทยสว.ตม.จว.สระแก้ว, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหาด พ.ต.ท.มงคล ประไพ สว.สส.สภฯ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.สระแก้วพ.ต.ต.สาโรช บุปผา สว.กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตะเวนชายแดนที่ 4 ร.ต.อ.สาธิต สร้างนานอก ปรท.ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.4 และ เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.คลองหาด ตรวจสอบพบรถยนต์กระบะจำนวนสองคันขับวนเวียน ลักษณะต้องสงสัยภายในรถมีบุคคลนั่งอยู่ในรถจำนวนหลายคน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบคนไทย 2 คนเป็นผู้ขับขี่ลักลอบพาคนจีน 9 คน พร้อมอุปกรณ์สำหรับเปิดออฟฟิซแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลายรายการจึงจับกุม1.นายเดชา ยอดพะเนา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 10 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว,2. นายทิวากร ยอดพะเนา  อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 15 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว,3. นาย CAO ZHI LONG   อายุ 21 ปี สัญชาติจีน ,4. นาย HUUNG  JIN อายุ 21 ปี สัญชาติจีน  ,5. นาย GUO SIAN PING อายุ 34 ปี สัญชาติจีน ,6. นาย HU ZHI  HONG อายุ 25 ปี สัญชาติจีน  ,7. นาย LIIV  JIAN อายุ 32 ปี สัญชาติจีน  ,8. นาย CHEN FU MIN อายุ 33 ปี สัญชาติจีน  ,9. นาย BAN HUG BRO อายุ 26 ปี สัญชาติจีน  ,10. นาย LIN QIN LIN อายุ 24 ปี สัญชาติจีน .11. นาย TAN UEI UEI อายุ 33 ปี สัญชาติจีน  พร้อมยึดของกลางรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า  สีดำ หมายเลขทะเบียน ถว 4145 กรุงเทพมหานคร  จำนวน 1 คัน,รถยนต์ยี่ห้อฟร์อด รุ่นแรนเจอร์  แบบสีประตูสีขาว  หมายเลขทะเบียน 8 กศ 9076 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 22 เครื่อง,อะแดปเตอร์สำหรับชาร์ตไฟ จำนวน  20 ตัว,สายชาร์ตไฟ จำนวน 20 เส้นและกระเป๋าเป้ สีชมพู จำนวน 1 ใบ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว ดำเนินคดีกับชาวไทย 2 คน ในข้อหา “ช่วยเหลื่อ ช่วยซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวจีนทั้ง 9 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต  และแจ้งผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดสระแก้วที่ 944/2563 ห้ามเคลื่อนย้ายบุคคลต่างด้าวเข้ามาในจังหวัด” และจะมีการขยายผลตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มชาวจีนในส่วนการฉ้อโกงประชาชน จากการสอบสวนชาวจีนรายหนึ่ง สารภาพว่า “ผ่านเข้าเมืองมาผ่านช่องทางธรรมชาติ ส่วนโทรศัพท์มือถือทั้งหมดนั้นจะนำมาใช้โทรหลอกลวง แต่ยังไม่ทราบว่านายจ้างเป็นผู้ใด” และจากการหาตรวจเชื้อ COVID-19 เบื้องต้นด้วย Antigen test kit หรือ ATK ผลยังไม่พบเชื้อในผู้ต้องหาทั้ง 11 คน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า “การจับกุมครั้งนี้ได้ขยายผลมาจากการทลายแหล่งกบดาลในประเทศกัมพูชา 2 แห่ง ซึ่ง ศปอส.ตร. และ บก.สส.ภ.2 จะมีการบูรณาการร่วมกันในการขยายผลโดยของเฉพาะกลางโทรศัพท์จำนวนมากที่ได้จากชาวจีนกลุ่มนี้ เชื่อว่าใช้เป็นอุปกรณ์ให้การใช้หลอกลวง ผ่านโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะได้ทำการส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วย Antigen test kit หรือ ATK ผลยังไม่พบเชื้อในผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ด้วยข้อสั่งการจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ในช่วงมีการระบาดของ เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน หรือ โอมิครอน ที่เพิ่มความเข้มข้นระดับสูงสุดในการเข้าประเทศ ทั้งทางอากาศ ช่องทางธรรมชาติ ทางบก ทางเรือ จึงขอเตือนคนที่คิดจะลักลอบนำชาวต่างชาติเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย เราจะมีมาตรการกวาดล้างอย่างเข้มข้น ขอให้เลิกซะ อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมส่วนร่วม”