คุม “เบนท์” ฝากขังศาลขอนแก่น-หลังปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ตร.เร่งจับเพิ่มอีก 2 เอี่ยวคดีฆ่า “น้องแอ๋ม”

อาชญากรรม31 พ.ค. 2560 • 20:31 น.
คุม “เบนท์” ฝากขังศาลขอนแก่น-หลังปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ตร.เร่งจับเพิ่มอีก 2 เอี่ยวคดีฆ่า “น้องแอ๋ม”
คุม “เบนท์” ฝากขังศาลขอนแก่น ไม่คัดค้านการประกันตัว หลังเจ้าตัวปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจเร่งออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คน เอี่ยวคดีฆ่า “น้องแอ๋ม” ขณะที่แม่ผู้ตายยืนยัน ลูกสาวไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่รู้ว่า “ทอมป๊อปปี้” เคยถูกจับคดีเสพ ในช่วงที่คบกัน เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 31 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เขาสวนกวาง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี รวมไปถึงชุดสืบสวนสอบสวนยังคงทำการสอบปากคำนายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162/7 ม.2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 ม.2 ต.หัวทุ่ง อ.พล จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจร อย่างต่อเนื่อง ภายในห้องพนักงานสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ได้ห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสื่อมวลชนขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของตัวอาคาร พร้อมทั้งการนำแผงเหล็กมาปิดกั้นประตูทางขึ้นและลงไว้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง กล่าวว่า การสอบสวน น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนท์ นั้น ยืนยันว่าในวันที่เกิดเหตุนั้นอยู่ที่ กรุงเทพฯ โดยคืนวันที่ 23 พ.ค. นายวศิน พร้อมด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว และ น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิญ ได้เดินทางไปหาที่กรุงเทพฯและพักด้วยกัน และในวันที่ 24 พ.ค.นายวศิน ,น.ส.เอิญ ,นส.เปรี้ยว และ น.ส.เบนท์ ได้พากันไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่าน รามอินทรา กรุงเทพฯ ก่อนที่นายวศิน จะยื่นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นของ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ให้กับ น.ส.เบนท์ พร้อมทั้งบอกว่าเป็นของ น.ส.เปรี้ยว ให้เอามาขาย น.ส.เบนท์ จึงนำไปขายในราคา 3,500 บาท เมื่อได้เงินมา นายวศินก็เอาไป และพากันเที่ยวเล่นจากนั้นก็กลับที่พัก และในคืนวันที่ 24 พ.ค. น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139/8 ม.16 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้เดินทางไปสมทบ จากนั้นก็พากันเที่ยวในเขตกรุงเทพฯ จนกระทั่งวันที่ 25 พ.ค. น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิญ และ นส.แจ้ ก็พากันนั่งเครื่องบินขอนแก่น ส่วนนายวศิน นั่งรถทัวร์กลับขอนแก่นเช่นกัน ขณะที่ น.ส.เบนท์ นั่งรถทัวร์ไปทำงานที่ จ.อุบลราชธานี “ในส่วนของ นส.เบนท์ นั้น จากการสอบสวนมีความชัดเจนแล้วว่า ไม่มีการเกี่ยวข้องในการลงมือฆ่าหรือหั่นศพน้องแอ๋มแต่อย่างใด เพราะมีภาพจากกล้องวงจรปิดว่า น้องเบนซ์ ไม่ได้อยู่ในรถหรือรับคนตายไปฆ่าทิ้ง จึงเกี่ยวข้องกันเฉพาะการขายโทรศัพท์มือถือของคนตายเท่านั้น ซึ่งในจุดนี้ นส.เบนท์ ทราบเพียงว่า โทรศัพท์มือถือเป็นของ น.ส.เปรี้ยว ตามคำบอกเล่าของนายวศินเท่านั้น เมื่อทราบว่า ตัวเองถูกออกหมายจับว่าพัวพันการตายของ น.ส.แอ๋ม จึงติดต่อขอเข้ามอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา” พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ กล่าวต่ออีกว่า ในชั้นพนักงานสอบสวน ขณะนี้การสอบสวน น.ส.เบนท์ ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ แล้ว และได้มีการส่งตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งหากญาติขอประกันตัว ตำรวจก็ไม่คัดค้าน แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ สำหรับการสอบสวนของนายวศินนั้น ในชั้นพนักงานสอบสวนยังต้องสอบสวนอย่างละเอียด เพราะถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ร่วมอยู่ในการสังหารผู้ตาย และยังคงขอคัดค้านการประกันตัวต่อไป ขณะที่ นางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย มารดาของน้องแอ๋ม บอกว่า ยังคงยืนยันว่าลูกสาวไม่มีส่วนพัวพันกับคดียาเสพติด และเชื่อมั่นในตัวลูกสาวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ทั้งนี้จากการพูดคุยกันทราบเพียงว่า ในช่วงที่น้องแอ๋ม คบหากับ น.ส.อภิชญา ยันทูล หรือน้องป๊อปปี้ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 ม. 6 ต.ท่านางเลื่อน ต.ชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น นั้น ป๊อปปี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและตรวจปัสสาวะ ก่อนที่จะถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติด จากนั้นก็ไม่ทราบว่ารายละเอียดใดๆ ดังนั้นการที่มีการระบุว่าลูกสาวพัวพันกับคดียาเสพติด จนกลายมาเป็นปมสังหารครั้งนี้ โดยส่วนตัวและครอบครัวไม่เชื่อในประเด็นนี้อย่างแน่นอน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าพนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ได้ทำการรวบรวพยานหลักฐานต่างเพื่อขอนุมัติหมายจับ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139/8 ม.16 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และพบผู้กระทำความผิดที่ร่วมขบวนการฆาตกรรมน้องแอ๋ม เพิ่มอีก 1 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจร ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับเช่นกัน โดยข้อมูลต่างๆทางเจ้าหน้าที่ยังคงไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากจะกระทบต่อรูปคดีและแนวทางการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่