ตร.ปล่อยแถว "สายตรวจช้าง Elephant Patrol" สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว จ.พระนครศรีอยุธยา 

อาชญากรรม21 ต.ค. 2566 • 17:38 น.
ตร.ปล่อยแถว "สายตรวจช้าง Elephant Patrol" สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว จ.พระนครศรีอยุธยา 

ตามนโยบายของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเน้นมาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว และมาตรการ  กระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้ภาคประชาชน เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวให้มาสู่ ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และปราบปรามการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ซึ่งการรักษาความปลอดภัยจะสร้างความมั่นใจ และความประทับใจกับนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทยได้ในระยะยาว ประกอบกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.มีนโยบายขับเคลื่อนเร่งด่วน คือ มาตรการ 4 เน้นหนัก โดยเฉพาะด้านที่1 เน้นการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ ผบก.พระนครศรีอยุธยา สั่งการให้ สภ.พระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์กลางเครือข่ายความร่วมมือในการรักษา    ความปลอดภัย เสริมสร้างความเชื่อมั่น ให้กับการท่องเที่ยว เน้นความสง่างาม เป็นสากล 

โดยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2566 พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ ผบก.ภ. พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวข้าราชการตำรวจ สายตำรวจช้าง หรือ Elephant Patrolที่บริเวณด้านหลังวัดมหาธาตุ ถนนนเรศวร ต.ท่าวาสุกี อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา มีผู้ร่วมงานประกอบด้วยนายมานัส ทรัพย์มีชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.พระนครศรีอยุธยา  นายธนกฤต กิตติธรรมกูล นายกสมาคม ธุรกิจท่องเที่ยว จ.พระนครศรีอยุธยา 

พ.ต.อ. ภูริส จินตรานันท์ รรท.สภ พระนครศรีอยุธยา ผู้จัดงานและดูแลพื้นที่กล่าวถึง พิธีปล่อยแถวสายตรวจช้าง Elephant Patrol ว่ารับแรงบันดาลใจมาจากการที่จ.พระนครศรีอยุธยา เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยมาก่อน แม้จะถูกเมียนมา(พม่า)เผาทำลายไปเป็นเวลานานหลายร้อยปีแล้ว แต่ยังคงมีความสวยงามทิ้งไว้ให้เป็นมรดกตกทอดของประเทศไทย ปัจจุบัน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การ UNESCO  ประกอบกับการที่เคยได้ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะมีตำรวจม้า ตรวจตรารอบเมืองซิดนีย์ ประเทศจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งกายด้วยเครื่องแบบโบราณ ซึ่งดูแล้วสง่างาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศนั้นๆ สร้างความประทับใจ และน่าจดจำ 

ทำให้มีแนวคิดว่า ประเทศไทย โดยเฉพาะจ.พระนครศรีอยุธยา มีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ควรค่าแก่การจดจำแก่นักท่องเที่ยว คือ “ช้าง” เมื่อพูดถึงช้าง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างจะนึกถึง จ.พระนครศรีอยุธยา ทันที จึงมีความคิดที่จะจัดให้มี “สายตรวจช้าง” เพราะทันทีที่พบเห็น “สายตรวจ” จะนึกถึงตำรวจ มีหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การดูแลความสงบเรียบร้อย และการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวจะเกิดความปลอดภัย ทันทีที่เห็น “สายตรวจ” หรือตำรวจ ปรากฏตัวอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และทันทีที่เห็น “ช้าง” นักท่องเที่ยวจะนึกถึงจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นลำดับแรก จึงเป็นที่มาของ “สายตรวจช้าง” นั่นเอง 

พ.ต.อ.ภูริสกล่าวอีกว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ “สายตรวจช้าง” เกิดขึ้นได้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายศักราช อัมวงษ์ กต.ตร.สภ.พระนครศรีอยุธยา และคณะ กต.ตร.สภ.พระนครศรีอยุธยา และนายลายทองเหรีญ มีพันธ์ เจ้าของปางช้างอยุธยาแลเพนียด และทีมงานปางช้างฯ ตลอดจน บริษัท เอชซี วีฮิเคิล โดยคุณอุษณีย์ เตพละกุล ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อ BYD รุ่น seal ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตอบสนองนโยบายด้านพลังงานทดแทน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มามอบให้สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยานำมาใช้ในการออกตรวจ เพื่อทดสอบสมรรถนะของรถ และเพื่อศึกษาความเหมาะสมกับการนำมาใช้ในหน่วยงานราชการ นอกจากนี้ ขอขอบคุณประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.พระนครศรีอยุธยา นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.พระนครศรีอยุธยา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สื่อมวลชนที่ให้การตอบรับ “สายตรวจช้าง” เป็นอย่างดี จนกระทั่ง ประสบความสำเร็จได้ในวันนี้