เจ้าของร้านทองร้องคดีไม่คืบหลังถูกโจรชิงทอง 45 บาทมูลค่ากว่า1.5 ล้าน  

อาชญากรรม11 ก.ค. 2565 • 08:56 น.
เจ้าของร้านทองร้องคดีไม่คืบหลังถูกโจรชิงทอง 45 บาทมูลค่ากว่า1.5 ล้าน  

วันที่ 11 ก.ค.65 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายชอบใจ อายุ 65  ปี ที่ปรึกษาคณะ กต.ตร.สภ.สำโรงเหนือ และอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ เจ้าของร้านทองในห้างดังพัฒนาการ ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. โดยภายหลังร้องเรียน ร้านทองถูกคนร้ายชิงทองรูปพรรณ 33 เส้น รวมหนัก 45 บาท มูลค่า ย่าน1.5  ล้านบาท หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา เหตุรับผิดชอบของพื้นที่ สน.คลองตัน คดีไม่มีความคืบหน้า 

นายชอบใจกล่าวว่า คืนเกิดเหตุฝนตก ใกล้เวลาร้านทองปิด 2 ทุ่ม ห้างปิด 3 ทุ่มในร้านมีพนักงานขาย 5 คน เป็นหญิงทั้งหมด มีพนักงาน4 คน ยืนอยู่หลังตู้ทอง อีกหนึ่งคนยืนอยู่หน้าร้าน มีคนร้ายเป็นชาย ลักษณะวัยรุ่น ประมาณอายุ 20 ปี สวมเสื้อคลุมสียาวสีดำ มีฮู้ด กางเกงวอร์มขายาว สีเทาดำ สวมหมวกแก็ปสีขาวดำ และใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า สะพายกระเป๋าเป้สีเทาที่ไหล่ซ้ายข้างเดียว ที่มือขวาถือปืน สีดำ ใช้ผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าพันปืน เห็นแค่ปลายกระบอกปืน เดินเข้ามาใช้ปืนจี้พนักงานหญิงหน้าร้านก่อน จากนั้นละมาใช่ปืนจี้พนักงานหญิงอีก 4 คน ที่ยืนหลังตู้ทองพูดเสียงดังเป็นภาษากลางให้ "ส่งทองมา"นับ 1-10 ก่อนที่ น.ส.ชยาภา ดำซื่อตรง อายุ 42 ปี และน.ส.กระถิน พระชัยบูลย์ อายุ 40 ปี ส่งทองรูปพรรณ ให้คนร้าย 1 ถาด กับ 1 กำ มีสร้อยคอทองคำ 6  เส้น หนักเส้นละ 3 บาท และสร้อยคอมือทองคำ หนัก 1 บาท 27 เส้น รวม 33 เส้น หนักรวม 45 บาท รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท คนร้ายใส่ในกระเป๋าสะพายวิ่งออกจากห้าง ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 1 นาที กล้องวงจรปิดในร้านบันทึกภาพไว้ชัดเจน  ขณะคนร้ายวิ่งหลบหนีมีพนักงานร้านตรงข้ามวิ่งตามไป แต่คลาดกัน ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดของห้าง บันทึกภาพเห็นคนร้ายวิ่งไปขี่รถจยย.ยามาฮ่า ซูม ไม่ทราบรุ่น สี ทะเบียน จอดหน้าห้าง ขี่หลบหนีไปทางแยกพัฒนาการ 

นายชอบใจ เผยอีกว่า ระหว่างคนร้ายก่อเหตุ พนักงานหญิงที่อยู่หน้าร้านได้หลบไปโทรแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่รีบมาสอบสวนพนักงาน สอบถามรูปพรรณคน ร้าย  รูปพรรณทรัพย์สิน ดูกล้องวงจรปิด สอบถามพยานแวดล้อม นำ พฐ.มาตรวจที่เกิดเหตุ ผ่านมา2-3 วัน กลัวเรื่องเงียบหาย เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ต้องการให้จับคนร้ายได้เร็วๆ นำทรัพย์สินมาคืนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ ร้านตน เมื่อปลายปี 2563 ก็เคยถูกคนร้ายทำที่มาซื้อทองและวิ่งกระชากสร้อยทองไป  2 บาท แต่เจ้าหน้าที่ก็ตามจับได้ทันควัน เพราะคนร้ายทำบัตรประชาชนตกไว้ในที่เกิดเหตุ 

ขณะที่ ร.ต.ท.ธิภากร พงษ์สถิตย์ รอง สวป.สน.คลองตัน เข้ามาตรวจร้านทองที่เกิดเหตุ เผยว่า รับคำสั่งให้เข้มงวดในการตรวจธนาคาร ร้านทองในพื้นที่มากขึ้น ตนมาตรวจที่นี้เป็นระยะสลับกับสายตรวจรถจยย.ส่วนเรื่องติดตามคนร้ายต้องสอบถามผู้บังคับบัญชา 

ด้านพ.ต.อ.สมศักดิ์ มงคลคุณากร ผกก.สน.คลองตันกล่าวสั้นๆว่า  ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบผู้ก่อเหตุ และเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด