สลด! มหาเศรษฐีขึ้นซ่อมหลังคาบ้านพลัดตกลงมาตายไม่มีใครรู้เรื่อง

อาชญากรรม24 มี.ค. 2565 • 18:35 น.
สลด! มหาเศรษฐีขึ้นซ่อมหลังคาบ้านพลัดตกลงมาตายไม่มีใครรู้เรื่อง
วันที่ 24 มี.ค.65 พ.ต.ท.นที ทวนดิลก สว.(สอบสวน)สน.บางยี่ขันรับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่588/368 ซอยจรัญสนิทวงศ์34แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อมร.ต.อ.นรินทร์ จันทนา รอง สวป.สน.บางยี่ขัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราชและเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว2ชั้นมีห้องเก็บของเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวอยู่ด้านหลัง อยู่ในเนื้อที่3ไร่ ปลูกอยู่ริมถนนในซอย ห่างจากถนนจรัญสนิทวงศ์ประมาณ100 เมตร ด้านหลังเพิ่งยกร่องทำเป็นสวนมะม่วง บริเวณหน้าห้องเก็บของพบศพนายธำรง หรือ โอ่ง หิรัญประดิษฐ์ อายุ60 ปี อดีตทนายความนอนหงายเสียชีวิต สภาพศพเน่าจนเกือบแห้งทับหางเครื่องตัดหญ้า ในชุดเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีดำ ใส่ถุงมือผ้า มีหมวกตอกไม้ปิดหน้า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ15วันหลังคากระเบื้องสูงประมาณ3 เมตร ที่อยู่เหนือศพ แตกเป็นช่องกว้างประมาณ1 เมตร ภายในบ้านไม่มีร่องรอยการรื้อค้น ด้านหลังห้องเก็บของพบบันไดอลูมิเนียมพาดอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นายสมชาย บัวศรี อายุ59 ปี เพื่อนบ้านติดกัน ให้การว่า นายธำรงเป็นอดีตทนายความ อยู่บ้านเพียงลำพัง ไม่มีภรรยา ไม่มีลูก มีพี่น้องอยู่ย่านลาดพร้าว นายธำรงเป็นเจ้าของที่ดินในซอยจรัญฯ34เกือบทั้งหมด และขายทอดต่อไปแล้วหลายแปลง แต่ก็ยังมีเหลืออยู่อีกหลายแปลงพร้อมมีบ้านเช่าอีกหลายแห่ง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เมื่อประมาณ2อาทิตย์มีเพื่อนบ้านอีกคนได้ยินเสียงเหมือนกระเบื้องแตก แต่ก็ไม่ได้สนใจไม่ได้เห็นหน้านายธำรงอีกเลย จนกระทั่งมาทราบข่าวว่ากลายเป็นศพไปแล้ว ด้านนายมงคล ละอองแก้ว อายุ52 ปี ผู้พบศพคนแรก ให้การว่า ตนเป็นคนปลูกมะม่วงให้กับผู้ตายและยังมีที่ดินในซอยนี้อีกหลายแปลงที่จะให้ตนไปปลุกมะม่วงก่อนเกิดเหตุประมาณกว่า15วันที่ผ่านมา นายธำรง ให้ตนมาปลูกมะม่วงให้และฝากตนให้เอาปั๊มน้ำไปซ่อม แต่ก็ยังโทรศัพท์ติดต่อได้ จนกระทั่งมา3-4วันหลังจากซ่อมเสร็จปีมเสร็จก็จะเอาปั๊มมาส่งคืนและเบิกค่าแรงทำสวน​ แต่ก็ติดต่อไมได้ วันนี้จึงมาหาที่บ้าน ได้กลิ่นเหม็น จึงโทรศัพท์ให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธำรง มีที่ดินหลายแปลงในซอยจรัญฯ34หลังจากมีการปรับขึ้นภาษีที่ดิน นายธำรงซึ่งมีที่ดินว่างเปล่าอยู่หลายแปลงจึงจ้างคนมาปรับเป็นสวนมะม่วงเพื่อไม่ให้เสียภาษีสูงและที่ดินที่เกิดเหตุนายธำรงประกาศขายตารางวาละ2 แสนบาทมีคนมาเจรจาแล้วแต่ยังไม่ลงตัว โดยถนนภายในซอยนายธำรงไม่ได้ยกให้กับหลวงเอาไว้ให้รถขายของเช่น ไก่ย่าง ส้มตำ ขนม ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯเช่าจอดเพื่อเก็บค่าเช่า ร้านละ1,200-5,000 บาทต่อเดือนและก่อนหน้านี้ไม่นานนายธำรงได้ขายที่ดินที่จังหวัดภูเก็ตได้เงินมากว่า500ล้านแต่ก็มาเสียชีวิตเสียก่อนจากการขึ้นไปซ่อมหลังคาห้องเก็บของเองที่เก็บพวกเศษขวดพลาสติกที่เก็บสะสมไว้เพื่อจะขายให้กับพวกเก็บของเก่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานนายธำรงขึ้นไปซ่อมหลังคาแล้วอาจเกิดอาการวูบพลาดตกลงมาด้านล่าง ศีรษะกระแทกพื้นแตกเลือดไหลจนหมดสติแต่ไม่มีคนพบเห็นจนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าวซึ่งจะได้ส่งศพไปผ่าชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป