“วินมอเตอร์ไซค์” บุกกระทรวงคมนาคม คัดค้าน ขยายเวลาปิด “แกร็บไบค์”

อาชญากรรม1 ก.ค. 2565 • 19:32 น.
“วินมอเตอร์ไซค์” บุกกระทรวงคมนาคม คัดค้าน ขยายเวลาปิด “แกร็บไบค์”

 
“วินมอเตอร์ไซค์” รวมตัวบุกกระทรวงคมนาคม ยื่นหนังสือคัดค้านคำสั่งขยายเวลาปิดแกร็บไบค์ ส่อเอื้อประโยชน์เอกชน พร้อมเผาเสื้อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้าน “คมนาคม” สั่งให้หน่วยงานในสังกัดร่วมพิจารณาแนวทางช่วยเหลือการประกอบอาชีพให้ถูกกฎหมาย

วันที่ 1 ก.ค.65 โดยสมาคม และชมรมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ หรือวินมอเตอร์ไซค์ รวมตัวเดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านคำสั่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่สั่งให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขยายเวลาปิดแกร็บไบค์ออกไปอีก 60 วัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการประกาศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบกให้ปิดภายในวันที่ 15 ก.ค.นี้ นอกจากนี้ได้มีการเผาเสื้อวิน และ เสื้อแท็กซี่ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินดังกล่าวด้วย

นายสันติ ปฏิภาณรัตน์ นายกสมาคมขับขี่รถจักรยานยนต์ใฟฟ้ารับจ้างสาธารณะ เปิดเผยว่า การขยายเวลาออกไปดังกล่าว ส่อแววว่าอาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชน ทั้งที่การทำธุรกิจในลักษณะนี้ ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายที่มีอยู่ เหมือนสนับสนุนให้มีการนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายขาว) มาวิ่งให้บริการประชาชน ซึ่งเอกชนดังกล่าวดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้มานานกว่า 8 ปีแล้ว แต่กระทรวงคมนาคม กลับไม่ดำเนินการให้เด็ดขาด ขณะที่กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ ที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ที่ตอนนี้ยังตกหล่นในการลงทะเบียนในช่วง 2 ปี เกือบ 5 หมื่นคน ได้ยื่นร้องขอให้เปิดลงทะเบียน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย กลับไม่ดำเนินการให้ จึงต้องเดินทางมาเพื่อขอความชัดเจนในครั้งนี้

ด้านนางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มที่ยื่นหนังสือในครั้งนี้ โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้ความสำคัญและมีความตั้งใจอย่างยิ่งในการสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาแนวทางในการช่วยเหลือการประกอบอาชีพให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีเป้าหมายในการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะให้ทุกกลุ่มสามารถประกอบอาชีพภายใต้กรอบของกฎหมาย ให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทยในปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ ขบ. หารือร่วมกับกลุ่ม ผู้มายื่นหนังสือดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุม ครบถ้วน และรอบด้าน แล้วเสนอมายังกระทรวงคมนาคม และเสนอคณะกรรมการประจำกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย ขบ. ตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดต่อไป