รวบหนุ่มร้ายสาวแสบแก๊งหลอกลงทุนคริปโต เหยื่อสูญเงินนับล้านบาท
วันที่ 25 เม.ย.ที่ บก.สอท.5 พล.ต.ต.
ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5 เร่งสืบสวนดำเนินการจับกุม
สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ว่าตนเองได้ถูกกลุ่มผู้กระทำผิดโฆษณาชักชวนให้ลงทุนในทรัพย์สินดิจิตอล ผ่านแพลตฟอร์มและได้มีแอดมินซึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพได้ส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายดาวน์โหลดติดตั้งโปรแกรม ผู้เสียหายได้หลงเชื่อจึงดาวน์โหลดและได้สมัครลงทุนในโปรแกรมดังกล่าวที่กลุ่มมิจฉาชีพสร้างขึ้น และได้โอนเงินเพื่อลงทุนในการซื้อเหรียญสกุลเงินดิจิตอล (คริปโตฯ) ไปจำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 1.2 ล้านบาท
เมื่อผู้เสียหายจะถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกจำนวน 2 แสนบาท และภายหลังไม่สามารถติดต่อแอดมินของแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ จึงเชื่อว่าได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพขบวนการดังกล่าวหลอกลวงเอาทรัพย์สินจึงได้มาแจ้งความดำเนินคดี
ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงเส้นทางการเงินที่ผู้เสียหายได้โอนเงินจากการถูกหลอกลวง จนสามารถขอหมายศาลออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิดในขบวนการดังกล่าวได้ จึงได้เร่งรัดในการจับกุมตัวมาดำเนินคดี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 ชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.5 ได้ปิดล้อมตรวจค้นผู้ต้องหาตามหมายจับในขบวนการดังกล่าวโดยจับกุมนางสาวชุลีกร (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี จับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) ให้กลุ่มขบวนการดังกล่าวในการหลอกลวงเหยื่อ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 86/2567 ลง 8 ม.ค.67 และนายวัชรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี จับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) ให้กลุ่มขบวนการดังกล่าวในการหลอกลวงเหยื่อ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 85/2567 ลง 8 ม.ค.67
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ในการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ย่อมมีความเสี่ยง ควรเลือกลงทุนจากบริษัทหรือแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ โดยก่อนการลงทุนควรมีการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐให้แน่ชัดเสียก่อนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ นอกจากจะไม่ได้เงินเพิ่มแล้ว ยังอาจต้องสูญเสียเงินที่มีในครอบครองออกไปทั้งหมด