จับกัญชาอัดแท่งเตรียมส่งต่อลงใต้ พบมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 50 ล้านบาท
วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจ หรือ บชน. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น.แถลงผลการจับกุมพ่อค้ากัญชาเครือข่ายใหญ่ระดับ top บนสุด ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ติดตามจับกุมตัวมาเป็นเวลานาน ประกอบด้วย นายคเชน รุ่งเรือง เจ้าของฉายา "พี่หมี" พ่อค้ากัญชาล็อตใหญ่ย่านฝั่งธนบุรี และพวกอีก 6 คน กัญชาอัดแท่ง 704 กิโลกรัมพร้อมอาวุธปืน
สำหรับการจับกุมในคนั้งนี้ สืบเนื่องตำรวจ 191 ได้มีการจับกุมเครือข่ายค้ากัญชา มาตั้งแต่เดือนตุลาคม ยึดของกลางได้ 600 กว่ากิโลกรัม ที่บ้านพักย่านนนทบุรี จากนั้นได้ทำการขยายผลเข้าจับกุมอีกในเดือนพฤศจิกายน ยึดของกลางได้อีก 600 กิโลกรัม ทั้งนี้จากการสืบสวนยังพบว่ามีต้นกระบวนการที่อยู่ระดับสูงขึ้นไปอีก จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อเนื่อง จนทราบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังมีเครือข่ายอยู่ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ย่านพุทธมณฑลสาย 3 โดยบ้านหลังดังกล่าวใช้เป็นสถานที่ที่แพ็คบรรจุกัญชา และจำหน่ายให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์
กระทั่งเมื่อวานนี้(13 ธ.ค.)ตำรวจงานสายตรวจ 2 กองกำกับการสายตรวจสังเกตเห็นนายคเชนทร์หรือพี่หมีกับพวกอีก 2 คน ขับรถออกจากบ้านหลังดังกล่าวโดยมีพวกอีก 4 คนอยู่ภายในบ้านจึงเฝ้าติดตามรถคันดังกล่าวไปจนถึงถนนสาย 304 อำเภอพุทธมณฑลจังหวัดนครปฐม และเปลี่ยนไปขับรถกระบะอีก 1 คันมีลักษณะบรรทุกของหนักไว้ที่กระบะหลังมีผ้าคลุมสีดำปกปิดไว้ลักษณะคล้ายการลักลอบขนส่งยาเสพติดจึงติดตามกลับไปจนถึงบ้านต้นเรื่อง ก็พบเห็นว่ากลุ่มคนร้ายมีการขนของกลางย้ายไปที่บ้านจึงแสดงตัวเข้าจับกุมก็พบของกลางเป็นกัญชาอัดแท่ง 704 กิโลกรัมอยู่ภายในบ้านและอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน
ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายคเชนทร์ ยอมรับสารภาพว่า ได้สั่งกัญชามาจากชายคนหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะได้กำไรจากการลักลอบจำหน่ายกัญชาแต่ละล็อตจำนวนหลายแสนบาท ทำมาแล้วร่วม 1 ปี ส่วนสถานที่เก็บกัญชานั้นเป็นบ้านเช่าเพื่อใช้เก็บกัญชาที่ลักลอบนำเข้ามา โดยก่อนหน้านี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมเครือข่ายไฟหลายครั้งแล้ว ซึ่งถือว่าตนเองเป็นผู้ที่อยู่ระดับบนสุดของขบวนการลักลอบยาเสพติดดังกล่าวโดยจะเลือกขนส่งกัญชาเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายมากกว่า 50 ล้านบาท โดยจะเน้นขนส่งกัญชาไปยังจังหวัดทางภาคใต้เพื่อจำหน่ายในพื้นที่และส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 จากนี้จะดำเนินการส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรและทำลายเครือข่ายดังกล่าว
นอกจากนี้หากพบว่า ยังมีผู้ที่เป็นนายทุนหรืออยู่ระดับสูงกว่า นายคเชนทร์ ก็จะดำเนินการสืบสวนจับกุมต่อไป