คืบหน้ากรณีเหตุเครื่องบินเล็กเฉี่ยวชนคนเสียชีวิตที่ สภ.เหมืองจี้ จ.ลำพูน
วันที่ 30 ต.ค.ที่ จ.ลำพูน พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.ลำพูน กล่าวเปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 28 ต.ค.เวลาประมาณ 18.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหมืองจี้ จ.ลำพูน ได้รับแจ้งเหตุเบื้องต้นว่ามีเหตุเครื่องบินเล็กเฉี่ยวชนคนมีผู้เสียชีวิต ที่บริเวณสนามบินสหพัฒน์ลำพูน หมู่ 5 ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้ประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลลำพูน และพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลำพูน โดยมีผู้บังคับบัญชาประกอบด้วย พล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.สามพราน จันทร์มั่งคั่ง ผกก.สภ.เหมืองจี้ ฯ, พ.ต.ท.อนุวัตร คำสาร รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.ยศรัณย์ คำวงค์ รอง ผกก.สส.ฯ, พ.ต.ท.นิรันดร์ ไชยวงศ์ผาบ รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ กับพวกร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุ
เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบเครื่องบินเล็ก ชื่อ CIRRUS 22T ใบพัดหน้า ปีกเครื่องบินด้านขาวมีรอยแตกได้รับความเสียหาย ล้อหลังซ้ายแตก ได้รับความเสียหายจอดบนลานจอดในที่เกิดเหตุ และพบศพเพศชายลำตัวท่อนบนตั้งแต่เอวขึ้นไปขาดจากท่อนล่าง พบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ,พบหูฟังโทรศัพท์จำนวน 1 เส้น และพบรองเท้าผ้าใบ ข้างซ้าย จำนวน 1 ข้าง อยู่บนลานสนามบิน ที่เกิดเหตุ ทราบชื่อภายหลังว่านายสิทธิเดช แซ่ลี่ อายุ 51 ปี ที่อยู่ 12 ซอยเทอดไท 59 แยก 4 ต.บางหว้า อ.เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ผู้ตายประกอบอาชีพเป็นวิศวกร บริษัทฮาน่า ในเครือสหพัฒนลำพูน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายราม สุภา อายุ 49 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นผู้ขับเครื่องบินลำดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 64 เวลาประมาณ 16.20 น. ได้ขับเครื่องบินเล็กชื่อ CIRRUS 22T มาจากสนามบินดอนเมือง ปลายทางสนามบินสหพัฒน์ลำพูน เวลาประมาณ 17.50 น. เมื่อนำเครื่องบินลงจอดได้ชนนายสิทธิเดช แซ่ลี่ ซึ่งกำลังออกกำลังกายที่บริเวณกลางรันเวย์สนามบินดังกล่าวจนถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ
ในเบื้องต้นได้รับไว้เป็นคดีชันสูตรที่ ช.4/2564 และขณะนี้ทาง พงส.ฯ ได้ทำการสอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่วิทยุของเครือสหพัฒน์ลำพูน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการอำนวยความสะดวกในเส้นทางที่ขับผ่านสนามบินไว้แล้ว จำนวน 3 ปาก และอยู่ระหว่างเชิญเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการควบคุมการขึ้นลงของสนามบินเครือสหพัฒน์ลำพูน มาสอบสวนปากคำเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป ซึ่งหากผลการสอบสวนและพยานหลักฐานฟังได้ว่าเป็นการกระทำความผิดอาญาของผู้ใดก็จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป