"อัจฉริยะ" จี้ ผบ.ตร.สอบวินัยร้ายแรงอดีตผู้การหนองคาย-ผกก.ท่าบ่อ แก้บันทึกการจับกุมคดียาเสพติด

อาชญากรรม26 ต.ค. 2565 • 13:12 น.
"อัจฉริยะ" จี้ ผบ.ตร.สอบวินัยร้ายแรงอดีตผู้การหนองคาย-ผกก.ท่าบ่อ แก้บันทึกการจับกุมคดียาเสพติด

"อัจฉริยะ" จี้ ผบ.ตร.สอบวินัยร้ายแรงอดีตผู้การหนองคายและผกก.ท่าบ่อ แก้บันทึกการจับกุมคดียาเสพติด -​จ่อร้องนายกฯปลด เลขาธิการ ปปส.ล้มเหลวในการแก้ปัญหา

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และอดีตผู้กำกับการ สภ.ท่าบ่อ ร่วมกันบังคับสั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าบ่อ แก้ไขบันทึกจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด​ นรข.หนองคายอันเป็นเท็จ และตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 นายตำรวจ ที่ลงมือลายมือชื่อร่วมจับกุมอันเป็นเท็จในคดียาเสพติดที่สภ.ท่าบ่อ 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นรข.หนองคายมีการจับกุมยาเสพติด และลงบันทึกการจับกุมว่ามี เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม3นาย เข้าร่วมการจับกุม มีการนำตัวนายจีระศักดิ์ แจ่มใส ผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาล หลังจากตนเองไปแจ้งความ ปปป.ให้ดำเนินคดีกับตำรวจที่ร่วมจับกุมข้อหาร่วมกันปล้นตามบันทึกการจับกุมในการปล้นยาเสพติดจากฝ่ายปกครอง แต่อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายและผกก.สภ.ท่าบ่อขณะนั้น กลับมีการแก้ไขบันทึกการจับกุม เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง 3 คนกับทหาร 3 คนถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันปล้นยาเสพติดโดยเอกสารมีการแก้ไขย้อนหลัง1สัปดาห์ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ไปให้ปากคำกับ ปปป.ไว้แล้ว ถือว่ามีความผิดชัดเจน จึงขอให้ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับอดีตผู้การหนองคายและอดีตผกก.สภ.ท่าบ่อ 

นอกจากนี้ยังร้องให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.เข้าไปสืบสวนสอบสวน นรข.หนองคาย และกองกำลังลังสุรศักดิ์ และตำรวจภาค4 ว่ามีส่วนรู้เห็นและเจตนาช่วยเหลือไม่จับกุม จ.อ.อนุชิต หรือ จ่ากุ้ง ผู้ต้องหาสำคัญคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการขนยาเสพติดเข้ามาในไทยมากไปกว่านี้ 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่าคดีการจับกุมยาเสพติดดังกล่าวยังมีหลักฐานว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหารตำรวจมีส่วนเชื่อมโยงกันทั้งหมดและมีนายตำรวจระดับผู้การจังหวัดและผกก.คอยช่วยเหลือผู้ต้องหาคดียาเสพติดเพราะเป็นขบวนการใหญ่การจับยาเสพติดของทหารเกี่ยวพันกับงบประมาณของ ปปส.ด้วย โดยตั้งข้อสังเกตุว่าการจับยาเสพติดหลายพื้นที่ทางภาคอีสานไม่ได้ตัวผู้ต้องหาอาจเป็นยาเสพติดของพรรคพวกตัวเอง และเป็นการเอายาเสพติดมาแถลงเพื่อเอาผลงานและของบประมาณจาก ปปส. ยกเว้นได้ตัวผู้ต้องหาถึงเป็นการจับกุมขบวนการจริง 

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(27 ต.ค.) เวลา 10.00 น.ตนเองจะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้ปลดเลขาธิการ ป.ป.ส.เนื่องจากมองว่ามีความล้มเหลวทุกด้านเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และแก้ไขกฎหมายทำให้พ่อค้ารายย่อยมาบำบัดรวมกันกลายเป็นขบวนการใหญ่ทั้งประเทศ มีคนติดยาเสพติดจำนวนมาก หากไม่ปลดเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็แก้ปัญหาไม่ได้ จากนั้นในช่วงบ่ายจะไป ปปป. เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดี นรข.หนองคายช่วยเพิ่มเติมเพราะ ปปป.รับผิดชอบมานานเป็นปีแล้ว แต่ไม่คืบหน้าเป็นเพราะมีผู้ใหญ่สั่งการมาหรือไม่เพราะมูลค่ายาเสพติดเป็นพันล้านบาท