"จักรทิพย์" สั่งล่าไอ้โม่งชิงทรัพย์ร้านทองย่านวังหิน
วันที่ 18 ธ.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว กรณี คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทอง ย่านวังหิน ในพื้นที่ สน.โชคชัย ว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 62 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.โชคชัย ว่ามี เหตุชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ที่บริเวณห้างทองเยาวราชเอเชีย สาขาเจซี บริเวณหน้าห้างเทสโก้โลตัส จึงรุดตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุพบพนักงานห้างทองยืนรออยู่และให้การว่า ขณะทำงานอยู่ มีคนร้ายเป็นชายแต่งกายสวมชุดสีดำ สวมหมวกกันน็อก สูงประมาณ
170 ซม. เดินมาบริวณหน้าร้านมีท่าทางพิรุธ พนักงานจึงปิดร้านล็อกประตู คนร้ายจึงซักปืนยิงใส่ประตูจำนวน 1 นัด เศษกระจกกระเด็นบาดคอตนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายจึงวิ่งเข้ามากวาดสร้อยคอทองคำไปจำนวนหนึ่ง ก่อนหลบหนีออกไป
ต่อมาพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นทราบว่าทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายคือสร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมประมาณ 100 บาท ราคาประมาณ 2,405,550 บาท และ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ ทั้งภายในภายนอกร้านทอง และบริเวณโดยรอบ เพื่อค้นหาเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการร่วมกัน เพื่อตรวจสอบพิสูจน์ทราบถึงตัวบุคคล และเส้นทางที่หลบหนี จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ 170 ซม. สวมหมวกกันน๊อก สวมเสื้อคลุมสีกรม สวมกางเกงยีนส์ขายาว ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
พ.ต.อ.กฤษณะ ตร.กล่าวอีกว่า ต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน สืบสวนสอบสวนพิสูจน์ทราบถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำและกำชับเรื่องการป้องกันอาชญากรรมของทุกกองบัญชาการในทุกพื้นที่ ไม่ให้มีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้น โดยให้มีมาตรการเพิ่มความเข้มในการออกตรวจพื้นที่สุ่มเสี่ยง จุดล่อแหลม ธนาคาร ร้อนทอง ร้านสะดวกซื้อ ต่างๆ อีกทั้งการทำประวัติบุคคลเฝ้าระวัง การประชาสัมพันธ์ถึงภัยของมิจฉาชีพให้กับประชาชน รวมถึงการป้องกันเหตุดังกล่าว แต่ถ้าหากเกิดเหตุขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาได้โดยเร็ว และดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกคดี ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ เพื่อเยียวยาความเสียหาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน