บชน. ตามรวม หนุ่มขายของผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนหลอกโอนเงิน พบหลอกสวมรอยกว่า 200 กลุ่ม

อาชญากรรม19 เม.ย. 2564 • 22:20 น.
บชน. ตามรวม หนุ่มขายของผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนหลอกโอนเงิน พบหลอกสวมรอยกว่า 200 กลุ่ม
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 19 เม.ย.64 พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษฯ พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.ธิติพงษ์ สียา พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ภักดีดินแดน พ.ต.ท.เฉลิมพงษ์ ธรรมมียะ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ต.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.ร่วมกันจับกุมตัวนายขวัญชัย มิตรทอง อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพิษณุโลก ที่ จ.132/2563 ลงวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2564 ความผิดฐาน ฉ้อโกง โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง พร้อมของกลางบัญชีธนาคารที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวน 5 บัญชี โดยจับกุมตัวได้ภายในบ้านเลขที่ 88/10 หมู่ 9 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จากการสอบปากคำนายขวัญชัย ให้การรับสารภาพว่า จะใช้วิธีการสร้างบัญชีเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยปิดบังชื่อ-สกุลจริง แล้วใช้บัญชีเฟสบุ๊คที่ทำขึ้นสมัครเข้าไปในกลุ่มหรือเข้าไปกดติดตามในเพจขายของมือสอง จำพวกอะไหล่รถมือสอง , อุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ เมื่อเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มหรือเพจขายของมือสอง หรืออุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ แล้ว หากมีสมาชิกในกลุ่มคนใดโพสต์ต้องการซื้อ - ขายสินค้า หรือเพจใดมีการเสนอขายสินค้า ผู้จ้องหาก็จะสวมรอย ทักหาสมาชิกในกลุ่มหรือเพจที่สนใจสินค้าแต่ละรายการ ผ่านช่องทาง messenger ของแอปพลิเคชั่นเฟสบุ๊คส่วนตัว ก่อนจะทำการหลอกให้ผู้เสียหายพอใจในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายในท้องตลาด และเสนอให้โอนเงินมัดจำหรือโอนเงินเต็มจำนวนมาที่บัญชีธนาคารซึ่งผู้ต้องหาเตรียมไว้ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินสำเร็จ ผู้ต้องหาก็จะนิ่งเฉย ไม่ส่งสินค้า เมื่อมีผู้เสียหายทวงถาม หรือหากผู้เสียหายรายใดมีการด่า ผู้ต้องหาก็จะทำการด่ากลับ หรือบล็อกผู้เสียหายรายนั้นๆ ทันที ทั้งนี้เมื่อก่อเหตุจนมีผู้เสียหายจำนวนหลายรายเข้าไปโพสต์ประจาน และร้องเรียนในเพจเกี่ยวกับการร้องทุกกลโกง ผู้ต้องหาก็จะทำการสร้างบัญชีเฟสบุ๊คส่วนตัวใหม่ และกระทำการในลักษณะนี้ต่อเนื่องตลอดมา แต่ยังคงใช้บัญชีธนาคารเดิมสำหรับรองรับเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชีธนาคารส่วนตัวของผู้ต้องหาและบัญชีธนาคารของบุคคลที่ผู้ต้องหารู้จัก ซึ่งผู้ต้องหาได้ขอยืมบัญชีธนาคารมาใช้ โดยให้ค่าตอบแทนในการยืมบัญชีธนาคารมาใช้ บัญชีธนาคารละ 500-1,000 บาท โดยก่อเหตุมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ถึงปัจจุบัน และเคยถูกจับกุมเมื่อปี พ.ศ.2562 ศาลมีคำพิพากษาตัดสินให้ลงโทษจำคุกแต่เนื่องจากไม่เคยต้องโทษคดีอาญามาก่อนจึงให้รอลงโทษทางอาญา 2 ปี ก่อนจะออกมาและกระทำความผิดเช่นเดิมอีก เนื่องจากเป็นช่องทางหาเงินได้ง่ายประกอบกับตนเองไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และเท่าที่จำได้มีการใช้บัญชีธนาคารที่นำมาหลอกลวงผู้เสียหาย จำนวน 18 บัญชี มีการเปลี่ยนชื่อบัญชีเฟสบุ๊คมาแล้วจำนวน 5 ครั้ง โพสหลอกผู้เสียหายในกลุ่มต่างๆกว่า 200 กลุ่ม อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัตินายขวัญชัย ยังพบว่า อยูระหว่างหนีหมายจับอีกจำนวน 2 หมาย ฐานความผิดตัวการฉ้อโกง และตัวการ ผู้ใดกระทำความผิดโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมฯ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.บางกระทุ่ม ภ.จว.พิษณุโลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป