รวบรถตู้เย้ยประกาศควบคุมโรค ลักลอบขนแรงงานออกชายแดนกัมพูชา

อาชญากรรม9 เม.ย. 2563 • 05:53 น.
รวบรถตู้เย้ยประกาศควบคุมโรค ลักลอบขนแรงงานออกชายแดนกัมพูชา
วันที่ 9 เม.ย.ที่ สตม.สวนพลู พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. ,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนไทยใช้รถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ลักลอบขนคนต่างด้าวชาวกัมพูชา ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยจับกุม 1.นายชวลิต อายุ 33 ปี สัญชาติไทย 2.นายบรรพต อายุ 34 ปี สัญชาติไทย ,3.นางต้อม อายุ 30 ปี ,4.นางซีน อายุ 34 ปี ,5.น.ส.กึมซาว อายุ 22 ปี ,6.นางสอด อายุ 30 ปี ,7.นายเลา อายุ40 ปี, 8.นางซอง อายุ 28 ปี ,9.นายดารา อายุ 31 ปี ,10.นางยี อายุ 33 ปี สัญชาติกัมพูชา พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีขบวนการลักลอบนำคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายซึ่งพักอาศัยบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติบริเวณด่านบ้านแหลม ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี ซึ่งปัจจุบันมีการปิดพรมด่านแดนเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หากพบเป็นกลุ่มเสี่ยงจะถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน จึงต้องลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติ จนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินการสืบสวนและเฝ้าสังเกตการณ์จนพบรถยนต์ตู้ไม่ประจำทาง 2 คัน ขับขี่ด้วยความเร็วผิดปกติ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฯทำการตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหานายชวลิต และ นายบรรพต ซึ่งเป็นคนไทยข้อหา “ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม”ส่วนนางซีน,น.ส.กึมซาว ,นางสอด และนายเลา ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”และนางซอง,.นายดารา และนางยี สัญชาติกัมพูชา ในข้อหา“เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป