เด้ง "7 ตร.สกลนคร" ชุดจับยาเสพติด พร้อมตั้งกรรมการสอบ
เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ บช.ภ.4 พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 /ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวถึงกรณีมีการแพร่ภาพกลุ่มชาย แต่งชุดธรรมดา บุกเข้าไปในบ้านประชาชน และค้นกระเป๋า รวมทั้งนำตัวไปจากบ้าน ตามรายละเอียดที่ปรากฏในสื่อต่างๆ นั้นว่าเบื้องต้น พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้ พ.ต.อ.เศกสรร สุขประเสริฐ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร แถลงความคืบหน้าของการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นข่าว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ในการทำงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 เน้นย้ำให้ตำรวจทุกคน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา ไม่เข้าไปมีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่จากการที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ได้รับรายงานจาก สถานีตำรวจภูธรโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว จึงดำเนินการและสั่งการทันที โดยแยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.การดำเนินคดีอาญา และ 2.การดำเนินการทางวินัย
การดำเนินการทางคดีอาญา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายไว้แล้ว และรายงานรายละเอียดเบื้องต้นมายังผู้บังคับบัญชา จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหา เป็นตำรวจจริง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในชุดปราบปรามยาเสพติด ของตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ในการสอบสวนพนักงานสอบสวนมีเวลาในการสอบสวนเป็นเวลา 30 วัน แล้วจะส่งเรื่อง ไปยัง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดสกลนคร
จากนั้นคณะกรรมการ ปปช.จะพิจารณาเรื่องนี้ในรูปคณะกรรมการ เพื่อมีมติว่า จะดำเนินการสอบสวนต่อเอง หรือส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจสอบสวน ซึ่งถ้าส่งกลับมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ พนักงานสอบสวนก็ต้องรีบสอบสวนให้เป็นไปตามคำสั่งที่ 419/2556 ที่กำหนดควบคุมการสอบสวนให้เป็นไปตามระเบียบ มีระยะเวลาที่ชัดเจน
ในการรับคำร้องทุกข์ของพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวนในความผิด “เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจเพื่อให้ประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้สูญเสียเสรีภาพ”
การดำเนินการทางวินัย ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครมีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นมีตำรวจเข้าข่ายต้องสอบสวนจำนวน 7 นาย จึงมีคำสั่งอีกคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 7 นาย มาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร โดยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้านยาเสพติดทันที การดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง มีระยะเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน หากการสืบสวนนี้มีมูลความผิด ก็จะมีการตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงต่อไป
โดย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ฝากแจ้งกับผู้เสียหาย หากต้องการพบและปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น ก็สามารถมาพบได้ตลอดเวลา.