7วันอันตรายวันแรกสังเวย27ศพ
นายกฯ" อวยพรในโอกาสวันสงกรานต์ ขอให้ทุกคนมีความสุข ย้ำอยู่ในแผ่นดินไทยต้องรักสามัคคีกัน ด้านปภ.เปิดฉาก7 วันอันตราย ช่วงสงกรานต์ วันแรก สังเวย 27 ศพ สาเหตุหลักขับรถเร็ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 เม.ย.66 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 ว่า วันนี้ตนขออวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ของไทยที่กำลังจะมาถึง ซึ่งถือเป็นความหวังของคนไทยและตนด้วยที่อยากจะให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีกว่าปีเก่าขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ หากพวกเราช่วยกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำ โดยจับมือกันเดินไปในเส้นทางที่ควรจะเดิน ดังนั้นถ้าเราพร้อมรับสิ่งดีๆ ตนเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะเข้ามาที่ตัวเรา เว้นเสียแต่เราจะรับสิ่งไม่ดีเข้ามากับตัวเอง
ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ บางอย่างต้องทำเองและบางอย่างก็ขอพรพระได้ ทั้งนี้ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัย และเห็นใจเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่อยู่ตามถนนหนทาง และทหารตามชายแดนอีกกว่า 30,000-40,000 คน บ้างเพราะเขาไม่ได้กลับบ้านเหมือนเรา
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เม.ย.66 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ เกิดอุบัติเหตุ 278 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 287 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 35.25 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 24.82 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.37 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.41 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 48.20 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 28.78 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เวลา 19.01น.20.00น. ร้อยละ 7.91 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 5059 ปี ร้อยละ 16.56
ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,871 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 54,487 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 306,166 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 48,176 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 15,152 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 14,302 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 4,759 ราย ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 4,270 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (14 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี เพชรบูรณ์ และเลย (จังหวัดละ 2 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (18 คน)
นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า คาดว่าในวันนี้ถนนสายหลักที่ออกสู่ภูมิภาคจะมีปริมาณรถหนาแน่นทุกเส้นทาง เนื่องจากประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปยังต่างจังหวัดแล้ว ซึ่งอาจส่งผลให้มีการจราจรติดขัดเป็นบางช่วง ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะถนนสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด โดยเปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด เพื่อให้การสัญจรเป็นไปด้วยความคล่องตัว รวมถึงจัดตั้งจุดบริการแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่อย่างจริงจัง โดยเน้นพื้นที่เสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งจากการเก็บข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน พบว่า ยังคงมีสาเหตุมาจากการขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มข้นในการเรียกตรวจยานพาหนะและความพร้อมของผู้ขับขี่ รวมถึงบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อลดความสูญเสียจากการบาดเจ็บและความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ
นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะศปถ. กล่าวว่า วันนี้มีประชาชนเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครเพื่อกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การจราจรที่ติดขัดและปริมาณรถที่หนาแน่น อาจจะทำให้ประชาชนใช้เวลาในการเดินทางที่มากขึ้นกว่าปกติ จึงขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการไม่ขับรถเร็ว
สำหรับประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง และไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป