กองปราบจับสาวใหญ่'ยี่ปั๊ว'โควต้าลอตเตอรี่ตุ๋น'สมรักษ์'นักมวยดัง11ล้าน
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงกลิ่น ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางปารมี (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ตามหมายจับของศาลแขวงดุสิตที่ จ.31/2564 ลงวันที่ 2 ก.พ.62 โดยกล่าวหาว่า “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้และธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น”ได้ที่บริเวณริมถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปี กรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2564 นายรณณรงค์ฯ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม น.ต.สมรักษ์ หรือบาส (ผู้เสียหาย) นักมวยชื่อดังเจ้าของวลีเด็ด “ไม่ได้โม้” ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ให้ดำเนินคดีนางปารมี หรือหญิง (ผู้ต้องหา) ซึ่งได้อ้างตัวเป็นยี่ปั๊วหลอกขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทำให้ น.ต.สมรักษ์ สูญเงินไปกว่า 11.75 ล้านบาท
โดย น.ต.สมรักษ์ฯ (ผู้เสียหาย) ให้การว่า “ก่อนหน้านี้มีคนสนิทแนะนำว่า หากอยากลงทุนลอตเตอรี่ให้ติดต่อกับนางปารมี เนื่องจากเป็นยี่ปั๊วมีโควตาลอตเตอรี่จำนวนมาก และนางปารมี สามารถซื้อลอตเตอรี่ได้ราคาต่ำกว่ายี่ปั๊วหน้าสำนักงานสลากกินแบ่ง น.ต.สมรักษ์ จึงได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนคนสนิท รวมทั้งคนในวงการกีฬา มาร่วมลงทุน โดยได้สั่งซื้อลอตเตอรี่งวดประจำวันที่ 1 ก.พ.62 มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งในการสั่งซื้อดังกล่าว นางปารมี ได้ส่งลอตเตอรี่ให้ครบตามจำนวน จึงทำให้กลุ่มที่ร่วมลงทุนมั่นใจว่ามีการซื้อขายกันจริง ไม่มีการโกงแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้มีการชักชวนผู้ที่สนใจมาร่วมลงทุนมากขึ้น และผู้ร่วมลงทุนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าการที่ น.ต.สมรักษ์ เป็นคนกลางสั่งซื้อ คงไม่มีใครกล้าโกง
ต่อมาเมื่อ น.ต.สมรักษ์ สั่งซื้อลอตเตอรี่มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท กับนางปารมี ในครั้งนี้ น.ต.สมรักษ์ กลับไม่ได้รับลอตเตอรี่แต่อย่างใด เมื่อพยายามติดต่อขอเงินคืน นางปารมี ก็ได้พยายามบ่ายเบี่ยง อ้างว่านายของนางปารมี กำลังประสานและดำเนินการคืนเงินให้ หลังจากนั้นนางปารมีฯ ก็ได้ทยอยชดใช้เงินให้กับตนจนเหลือยอดค้างอีกจำนวน 11.75 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน นางปารมี ก็ไม่มีการชดใช้ยอดเงินที่เหลืออยู่ ตนจึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษาทนาย และตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด”
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ลงพื้นที่สืบสวนกรณีดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันกับ การโกงลอตเตอรี่ ใน จ.ตราด แต่จากการสืบสวนในเบื้องต้น กรณีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาเรื่อยมา จนทราบว่าผู้ต้องหาอยู่บริเวณพื้นที่ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปี กรุงเทพฯ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบผู้ต้องหาจึงจับกุมตัว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีต่อไป จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า นางปารมี เคยก่อเหตุมาแล้วหลายคดีหลายครั้งและหลายท้องที่ ซึ่งพบว่ามีหมายจับจำนวน 9 หมายจับ ขาดอายุความแล้ว 5 หมายจับ คงเหลือหมายจับที่ยังต้องการตัวอีก 4 หมายจับ ซึ่งคดีส่วนใหญ่เป็นคดีพรบ.เช็ค