ผบ.ตร.สั่งตำรวจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งปี62

อาชญากรรม26 มี.ค. 2562 • 11:19 น.
ผบ.ตร.สั่งตำรวจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งปี62
วันที่ 26 มี.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ..จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทย ที่จะต้องเผชิญกับปัญหาสถานการณ์ ภัยแล้ง ปี 2562 จากการคาดการณ์สภาวะอากาศประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนของปีนี้ บางพื้นที่จะมีสภาวะความแห้งแล้งที่รุนแรงมากขึ้น อุณหภูมิสูง ฝนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น พื้นที่บางส่วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยแล้งโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฤดูร้อนรุนแรงกว่าปกติ สภาพอากาศจะเป็นในลักษณะดังกล่าวไปจนถึงช่วงเข้าสู่ฤดูฝน กลางเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งในปัจจุบันได้มีการประกาศเขตการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 3 จังหวัด คือ จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองสรวง อำเภอสุวรรณภูมิ , จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองจันทร์ อำเภอขุขันธ์ และ อำเภอไพรบึง และจังหวัดตราด อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง และ อำเภอบ่อไร่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ถือเป็นความสำคัญเร่งด่วน ที่ตำรวจจะต้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำหนดบทบาทในการดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.หน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ตำรวจมีหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง , ควบคุมและบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา , จัดระบบจราจรในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง และปฏิบัติหน้าที่ด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การจัดการศพ การติดตามผู้สูญหาย และการส่งกลับ 2.หน้าที่ในการร่วมกับ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยระดับต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยให้ จัดชุดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น ชุดกู้ภัย ชุดสุนัขค้นหา ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด และสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์และยานพาหนะแก่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ฯ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อม กำลังพลและอุปกรณ์ ประกอบด้วย อากาศยาน 20 ลำ รถบรรทุกน้ำ 77 คัน ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย 123 ชุด กำลังพล 1,476 คน และได้สั่งการทุกหน่วย ติดตามสถานการณ์ของการเกิดภัยแล้งโดยใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาใช้วางแผนให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ , ตรวจสอบความพร้อมตามแนวทางปฏิบัติที่กำหนดในภาวะปกติ โดยเฉพาะเครือข่ายทุกภาคส่วนที่จะต้องบูรณาการกำลังพล เครื่องจักร สิ่งอุปกรณ์/เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น , ประสานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยหรือไฟป่า และแผนการแจกจ่ายน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัย และ ร่วมซักซ้อมแผน, จัดให้มีอาสาสมัครเตือนภัยประจำชุมชน ตำรวจมวลชนสัมพันธ์ร่วมรณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเตรียมรับสถานการณ์ นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย และพื้นที่ใกล้เคียงเน้นการตรวจรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินการเกษตรเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมเกษตรกรที่ได้รับความลำบาก, จัดตำรวจ ร่วมกับประชาชนจิตอาสาออกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง และสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และยานพาหนะ แก่หน่วยราชการกลุ่มการบริหารจัดการน้ำ และกลุ่มแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ กรณีได้รับการร้องขอ เช่น จิตอาสาขุดบ่อ หนองบึง ขนาดเล็กในหมู่บ้าน การดูแลคลองส่งน้ำขนาดเล็ก ซึ่งมักไม่ได้รับการดูแล, กวดขันจับกุมการลักลอบนำเข้าผลิตผลตามชายแดนการกักตุน โก่งราคาสินค้าบริการ, ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู และให้ถือเป็นกิจกรรมตามที่ ตร. สั่งให้ทุกหน่วยจัดกิจกรรมจิตอาสาทุกเดือน "อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนและเป็น “องค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา"