ผู้บริหารแจงจุดยืน “เนชั่น ทีวี” โต้ข่าวลือ ยันยึดแนวทางสถาบันสื่อมืออาชีพ รายงานข่าวข้อเท็จจริง
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมผู้บริหาร ชี้แจงจุดยืน “เนชั่น ทีวี” พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับกระแสข่าวลือที่มีการเผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยยืนยันจะยึดแนวทางสถาบันสื่อมืออาชีพ และรายงานข่าวตามข้อเท็จจริง ซึ่งมีการทาบทาม “อดิศักดิ์” กลับมาบริหารงาน ขณะที่การลาออกของ “กนก-ธีระ” ไม่มีผลกระทบทางธุรกิจ แต่กระทบจิตใจ ย้ำ จากกันด้วยดี และพร้อมต้อนรับกลับบ้านเสมอ
เมื่อเวลา13.00น. วันที่ 10 พ.ย. นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายศุภวัฒน์ สงวนงาม กรรมการผู้จัดการบริษัทเนชั่นฯ, นายวีระศักดิ์ พงษ์อักษร บรรณาธิการอาวุโสกลุ่มเนชั่น, นายปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี และนางสาวนิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ ประธานสหภาพแรงงานเครือเนชั่น ร่วมกันแถลงจุดยืนของเนชัาย
นายฉาย กล่าวว่า จากที่เคยเรียนไปแล้วว่าองศ์กรเนชั่นเป็นองศ์กรที่ก้าวสู้ปีที่ 50 ในปีหน้า เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่เป็นสถาบันข่าวซึ่งอายุมากกว่าตนด้วยซ้ำ การที่มีบุคลากรที่มีคุณภาพตั้งใจทำงานเพื่อองค์กรลาออกไปตามวิถีชีวิตตามความฝันของเขา เป็นเรื่องปกติทางธุรกิจ องศ์กรของเราเป็นองศ์กรข่าวอันดับหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจของประชาชนมาตลอด ดังนั้นเราไม่ได้ขายดารา ผู้ประกาศ แต่แน่นอนว่าตัวของดาราหรือผู้ประกาศก็เป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่ทั้งนี้เราขายความน่าเชื่อถือ ขายความจริง เราเป็นเหมือนแสงเทียนนำทางของสังคมในยามที่มืดมิด เป็นดั่งกระจกสะท้อนสังคมที่บิดเบี้ยว และในขณะเดียวกันเราก็ไม่ทำตัวเป็นกระจกที่บิดเบี้ยวเสียเอง ซึ่งเราขายความรับผิดชอบของสังคมนี่คือองศ์กรของเรา
ในส่วนกรณีมี่มีข่าวลือว่ามีกลุ่มทุนเข้ามา ในส่วนนี่ยืนยืนยัน เราเป็นบริษัทมหาชน มีผู้ถือหุ้นจำนวนมากโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลักไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มีกลุ่มทุนอำนาจทางการเมือง หรือมีผู้มีอำนาจทางการเมืองเข้ามาถือหุ้น ส่วนกระแสข่าวลื่อต่างๆ เป็นการใส่ร้ายป้ายสี และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับผลประกอบการ
โดยวันพฤหัสบดีนี้จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่และพูดคุยกับผู้ก่อตั้งซึ่งปีหน้าจะครบ 50 ปี และเตรียมทาบทามนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อดีตผู้บริหารเนชั่น กลับมาเป็นผู้บริหารเครือเนชั่นอีกครั้ง เพื่อพัฒนา
นายฉาย กล่าวถึงนายกนก รัตน์วงศ์สกุล และนายธีระ ธัญไพบูลย์ อดีตผู้ประกาศข่าวเนชั่นที่ลาออกไป ซึ่งมารดาตนเป็นแฟนคลับอยู่ด้วยนั้น ได้ทำคุณประโยชน์ให้เนชั่นมากมาย และพร้อมต้อนรับกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง ยืนยันว่า ประตูบ้านหลังนี้ต้อนรับทั้ง 2 คนเสมอ ซึ่งจากที่ตนได้สัมผัสกับนายธีระและนายกนก ถือเป็นบุคลากรที่ประคองตัวเองได้อย่างดีมาโดยตลอด ไม่ยุ่งเกี่ยวหรือเข้าใกล้กับผลประโยชน์หรือขั้วอำนาจหรือนักการเมือง นั่นคือสิ่งที่ตนชื่นชมมาก และเห็นว่าทั้ง 2 คน ควรเป็นต้นแบบให้พนักงานทุกคนในการทำงานและการดำเนินชีวิตด้วย
นายฉาย กล่าวด้วยว่า "มีแต่คนที่มองโลกในแง่ร้ายกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่คนมองโลกในแง่ดีและมีความกล้า จะมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลง จะเป็นหมาเฝ้าบ้านดูแลผลประโยชน์ของชาติ ตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่น นั่นคือหน้าที่ของเราที่จะทำอย่างครบถ้วนตามหลักคุณธรรมและจริยธรรมสื่อ ซึ่งหัวใจหลักและรากแก้วขององค์กรที่สำคัญที่สุด"
นายปกรณ์ ยืนยันว่า จุดเด่นของเนชั่น คือความเข้มข้นของเนื้อหาข่าว โดยจากนี้ข่าวการเมืองมีเหมือนเดิม แต่จะเสริมข่าวสังคมซึ่งที่ผ่านมาอาจจะให้น้ำหนักน้อยไป เมื่อปรับรูปแบบการทำงานแล้วผลก็จะเปลี่ยนไป จากนี้พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนทุกฝ่ายเพื่อปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
นายวีระศักดิ์ ระบุว่า ตนผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลายครั้ง ซึ่งครั้งนี้อาจทำให้ให้คนอื่นๆตื่นเต้น แต่ตนถือว่าเล็กน้อยมาก จึงขอให้มั่นใจและตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำสู่สิ่งที่ดีเสมอ รวมถึงครั้งนี้ด้วย ที่จะกลับไปสู่การทำหน้าที่สื่อและเป็นสถาบันสื่อมืออาชีพอย่างแท้จริง ตาม DNA หรือเนชั่นเวย์ ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งเครือเนชั่น
นายวีระศักดิ์ ขยายความว่า "เนชั่นเวย์" เป็นหลักการทำสื่อที่หลากหลายสถาบันการศึกษาเอาไปใช้ คือให้ "ความเป็นธรรม" อาจไม่พูดถึง "ความเป็นกลาง" ซึ่งไม่มีอยู่จริง สิ่งสำคัญคือต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกพาดพิงหรือกล่าวหา ที่ต้องมีสิทธิชี้แจง ทุกคนทุกส่วนต้องได้รับความเป็นธรรม และตรวจเช็คอย่างรอบคอบก่อนรายงานออกไปไม่เอา hate Speech หรือข่าวลือที่ไม่จริงรายงาน ต้องตรวจสอบตามหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด